ราคาทำจุดต่ำสุดรอบปีที่ $83.71 (ธ.ค. 2568) ก่อนพุ่งแรงช่วง พ.ค.–มิ.ย. 2569 ขึ้นไปแตะ $276.17 (มิ.ย. 2569) รับข่าวดีล Meta, สัญญา Microsoft และการลงทุนยุทธศาสตร์จาก NVIDIA แล้วย่อลงมาที่ $190.41 (ก.ค. 2569) ตามกระแส "neocloud trade unravels" ก่อนกลับขึ้นมาที่ $206.32 (ส.ค. 2569) หลังงบไตรมาส 2/2569 (ประกาศ 12 ส.ค. 2569) ที่รายได้ $582.3M (+454% YoY) และ ARR แตะ $3.0B ดีกว่าที่ตลาดคาด แล้วอยู่ที่ระดับปลายกราฟ ณ 18 ก.ย. 2569 — รวมรอบปีราคาบวก ~+70.9% (จากจุดเริ่มกราฟ) และห่างจุดสูงสุด 52 สัปดาห์ ($299.86) ราว 25%
FV = วิธีที่ 2 (ธุรกิจ core ที่ตลาดยึดตัวคูณ) + วิธีที่ 3 (สินทรัพย์บริษัทเอกชน) = $73.29 + $9.05 = $82.34 · วิธีที่ 1 ต่างจากวิธีที่ 2 เกิน 2 เท่า (dispersion gate 0.4c) จึงไม่รวมในค่าเฉลี่ย ใช้เป็น "floor เตือนความเสี่ยง" เท่านั้น — คำเตือน W05 (FV ≠ ค่าเฉลี่ยทุกวิธี) เกิดขึ้นโดยตั้งใจตามกฎข้อนี้ · กรอบล่าง $75.22 = ตัวคูณ 7.05x บนรายได้ปลายต่ำของ guidance $3.0B + ส่วนลดสภาพคล่อง 50% · กรอบบน $88.76 = ตัวคูณ 7.05x บนรายได้ปลายสูง $3.4B + ส่วนลดสภาพคล่อง 25% · FV นี้เป็นตระกูลเดียว (EV/Sales ของ peer เดียว คือ CoreWeave) ตรวจยืนยันด้วยวิธีอิสระไม่ได้ และเป็นค่าประมาณที่ไม่ผ่านการยืนยันอิสระ (|MOS| เกิน 40%): ทุก 1x ของตัวคูณเปลี่ยน FV ราว $11.4/หุ้น และแม้ใช้ 12x แบบรอบก่อน FV ก็เพียง ~$139 ซึ่งยังต่ำกว่าราคาตลาดมาก · ข้อโต้แย้งที่ต้องเปิดเผย: ถ้าวัดที่ ARR ปลายปี 2569 (guide $7–9B กลาง $8.0B) แทนรายได้เฉลี่ยทั้งปี ($3.2B) ที่ตัวคูณ 7.05x เดียวกัน จะได้ราว $203/หุ้น (รวมขาสินทรัพย์เอกชน) ใกล้ราคาตลาด — คำว่า "แพง" ในรายงานนี้จึงมาจากการเลือกยึดฉากรายได้ทั้งปี 2569 ที่ยัง ramp อยู่ ไม่ใช่ ARR ปลายปี · ไม่ใช้ P/E เป็นขาเพราะ EPS TTM $0.16 ถูกบิดเบือนจากกำไรตีมูลค่า ClickHouse $780.6M (Q1 2569) และนักวิเคราะห์ยังคาด EPS FY2569 ที่ −$2.15 · ไม่ใช้ DCF มาตรฐานเพราะ FCF TTM ยังติดลบ $5.88B (แม้กระแสเงินสดจากดำเนินงานครึ่งปีแรกพลิกเป็นบวก $4.50B จากเงินรับล่วงหน้าลูกค้า) · เป้านักวิเคราะห์ไม่ใช่ขาของ FV (ใช้เป็นบริบทเท่านั้น) · ทุกขาอิงรายได้ที่มีสัญญา/บันทึกแล้วเท่านั้น — TAM และสัญญาที่ยังไม่เซ็นห้ามเป็นฐานมูลค่า
ราคาปัจจุบัน $237.33 อยู่สูงกว่ากรอบบนของ Fair Value ($88.76) ราว 152% และสูงกว่าค่ากลาง SOTP ($82.34) ราว 171% — ตลาดจ่ายเลยทุกฉากของกรอบนี้ไปแล้ว ขณะที่เป้าหมายนักวิเคราะห์เฉลี่ย $290.71 (Buy, 17 ราย, StockAnalysis/Yahoo) สูงกว่าราคาตลาด +22% สะท้อนว่าฝั่ง sell-side ยึด ARR ปลายปีและคำมั่นลูกค้าเป็นฐาน ไม่ใช่รายได้เฉลี่ยปี 2569 แบบกรอบ SOTP อนุรักษ์นิยมของรายงานนี้
EPS ฐาน = Adjusted EPS ตามนิยามของบริษัทเอง (ตัดกำไรตีมูลค่าเงินลงทุน, SBC, ค่าตัดจำหน่ายส่วนลดหุ้นกู้แปลงสภาพ) — ครึ่งปีแรก 2569 ยังขาดทุน adjusted $133.5M แต่ไตรมาส 2 เดี่ยวแคบลงเหลือ −$33.2M จาก −$91.5M ปีก่อน ⇒ ประมาณทั้งปี 2569 ที่ ~$70M ≈ $0.25/หุ้น (ไม่ใช่ EPS GAAP ที่นักวิเคราะห์คาด −$3.17 ซึ่งรวม SBC และดอกเบี้ยหุ้นกู้แปลงสภาพเต็มจำนวน) · ตรวจทานฉากด้วยวิธีที่สอง (รายได้ปี 2572 × EV/Sales หักหนี้สุทธิ และเจือจางหุ้นเป็น 320–340M หุ้น) ได้ผลใกล้กัน: Bear $9B × 2.5x ≈ $40/หุ้น · Base $18B × 4.0x ≈ $194/หุ้น · Bull $28B × 5.5x ≈ $444/หุ้น · อัตราการเติบโตที่ใช้อิงเส้นทาง ARR $3.0B (มิ.ย. 2569) → guidance ปลายปี $7–9B → แผนติดตั้งเกิน 1 GW/ปี ตั้งแต่ปี 2570 ไม่ใช่ตัวเลขที่เลือกให้ตรงราคาเป้า
งบไตรมาส 2/2569 (ประกาศ 12 ส.ค. 2569) เป็นไตรมาสที่ดีที่สุดของ Nebius: รายได้ $582.3M (+454% YoY, +46% QoQ), ARR แตะ $3.0B, Adjusted EBITDA ของธุรกิจ AI cloud มีมาร์จิ้น 50%, กระแสเงินสดจากดำเนินงานครึ่งปีแรกพลิกเป็นบวก $4.50B จากเงินจ่ายล่วงหน้าของลูกค้า และเป้ากำลังไฟฟ้าที่ทำสัญญาแล้วขยับขึ้นเป็น 5 GW · รอบนี้ปรับโครง FV ตามกติกา: ถอดพรีเมียม ~45% ที่เคยบวกบนตัวคูณ CoreWeave (เป็นสมมติฐานที่วัดไม่ได้) แล้วใช้ตัวคูณตลาดของ CoreWeave ที่วัดได้ 7.05x ตรง ๆ ⇒ Fair Value ลงจากรอบก่อน (~$139) มาเป็น $82.34 ขณะที่ราคาย่อจากรอบก่อน (~$259) มาที่ $237.33 ส่วนต่างจึงยังกว้าง · ข้อโต้แย้งที่ยุติธรรมคือถ้าวัดที่ ARR ปลายปี 2569 ($7–9B) ที่ตัวคูณเดียวกัน จะได้ราว $203/หุ้น ใกล้ราคาตลาด — คำตัดสิน "แพง" จึงเป็นการเลือกฉากรายได้เฉลี่ยทั้งปีอย่างระมัดระวัง ไม่ใช่การปฏิเสธคุณภาพธุรกิจ · FV นี้เป็นตระกูลเดียว (EV/Sales) ตรวจยืนยันอิสระไม่ได้