NYSE: UL ความงามและของใช้ส่วนตัว อาหารบรรจุภัณฑ์

Unilever PLC (UL)

Dove • Knorr • Hellmann's • Vaseline • Global Consumer Staples ADR
$62.54(UL)
▼ −7.7% (รอบปี)
ราคา ณ 25 ก.ย. 2569
กรอบ 52 สัปดาห์ $54.75 – $74.98
ที่มา: StockAnalysis.com, Yahoo Finance, Unilever plc SEC 6-K filings (FY2025)
2026-09-22อัปเดต
1

ข้อมูลสำคัญ (Key Metrics)

งบ TTM ถึง H1 2026 (รายงานเป็น EUR — แปลงเป็น USD ที่ EUR/USD 1.149 ของ ECB 21 ก.ย. 2569) หลังปิดดีล demerge ธุรกิจ Ice Cream (Magnum)
Market Cap
$134B
~2.15B หุ้น · คงเหลือ (StockAnalysis /statistics/) · ADR 1:1
P/E (TTM)
~16.9x
P/E GAAP ~12.6x เพราะ EPS TTM รวม one-off gain จากดีล demerge Magnum Ice Cream — การ์ดนี้ใช้ EPS ฐาน $3.71 (EPS FY2026e ของ analyst €3.22 × 1.149) แทนเพื่อภาพที่สมจริงกว่า
P/E มัธยฐาน ~5 ปี
17.2x
มัธยฐานย้อนหลัง · มัธยฐาน 5 FY (2564–2568) ช่วง 12.4x–21.5x · ราคาเฉลี่ย USD ÷ EPS EUR ปรับด้วย EUR/USD 1.149 (ค่าปัจจุบัน ประมาณการ) — ปี 2567–2568 EPS รวม one-off
P/BV
7.28x
BVPS $8.59 · BVPS ต่ำ ($8.59) จาก buyback สะสมหลายปี — ปกติของ FMCG global เช่น P&G/Colgate ไม่ได้แปลว่าแพง
กำไรสุทธิ FY2568
$10.9B
ทั้งปีบัญชี · FY2025 €9.47B × 1.149 · รวม gain ครั้งเดียวจากดีล demerge Ice Cream (Magnum) — กำไรดำเนินงานต่อเนื่องปกติต่ำกว่านี้
EPS (TTM)
~$4.83
GAAP · SA (USD) = €4.23 × 1.149 รวม one-off gain จาก demerger · Yahoo แสดง $2.92 (นิยามต่างกัน) · ใช้ EPS ฐาน $3.71 (€3.22 FY2026e) เป็นฐาน valuation แทน
BVPS
~$8.59
มูลค่าทางบัญชีต่อหุ้น · P/BV 7.20x
ROE / ROA
~32.0%
ผลตอบแทนต่อทุน / สินทรัพย์ · สูงจากทั้ง one-off gain และ book equity ต่ำ (asset-light, buyback สะสม) — ROE ปกติของ Unilever ในอดีตก็สูงต่อเนื่องอยู่แล้ว
รายได้ TTM
$58.2B
รอบ 12 เดือนล่าสุด · TTM €50.62B × 1.149 · โต ~+8.0% YoY (EUR) เทียบ FY2025 ที่ -3.8% — ตัวเลขรายงาน ไม่ใช่ออร์แกนิก
อัตรากำไรจากดำเนินงาน
20.0%
Operating margin · TTM (FY2025 20.1%) — สูงขึ้นจาก FY2023 17.9% หลัง portfolio โฟกัสมากขึ้นหลัง demerger
เงินปันผล
3.52%
$2.20/ปี · (StockAnalysis) ต่อเนื่องมั่นคงหลายทศวรรษ — โดดเด่นด้าน income สำหรับสาย defensive
Beta
0.45
ความผันผวนเทียบตลาด · ผันผวนต่ำกว่าตลาดมาก (defensive consumer staples)
2

ราคาย้อนหลัง ~1 ปี

โดยประมาณ
ราคา UL มูลค่าเหมาะสม $60.51 จุดสำคัญ

ราคาเริ่มกราฟที่ $67.78 (ต.ค. 2568) ปรับขึ้นแตะจุดสูงสุดของช่วงที่ $73.75 (ก.พ. 2569) ก่อนร่วงแรงเหลือ $56.97 (มี.ค. 2569) และต่ำสุดของช่วงที่ $56.45 (พ.ค. 2569) — สาเหตุของการร่วงไม่ได้ตรวจกับแหล่งข่าวในรอบนี้ จึงไม่ขอระบุ จากนั้นฟื้นตัวมาอยู่ที่ $62.54 ณ ปลายกราฟ (ป้ายผลตอบแทนรอบปีที่ส่วนหัว ยังไม่รวมเงินปันผล ~3.6%/ปี)

3

การประเมินมูลค่า (Valuation)

เฉลี่ย 2 วิธี (คนละตระกูล)
1. P/E Valuation
EPS ปรับ $3.71 × P/E เป้าหมาย ~17.2x (มัธยฐาน 5 ปี) — 17.2x = มัธยฐานย้อนหลัง 5 FY (ราคาเฉลี่ย USD ÷ EPS EUR = 19.8x) หารด้วย EUR/USD 1.149 ให้เป็นสกุลเดียวกัน · มาจากประวัติ ไม่ใช่ P/E ปัจจุบัน · ไม่ใช้ EPS TTM ที่พองตัวจาก one-off gain
$63.81
2. DDM / Gordon Growth
D₁ = ปันผล $2.20 × (1+g); g 4%, r 8% — สมมติฐานของผู้วิเคราะห์เอง · ตระกูลปันผล/(r,g) ต่างจากขา P/E
$57.20
มูลค่าเหมาะสม (Fair Value)
กรอบ $57.20 – $63.81
$60.51

วิธี P/E ให้ค่าสูงกว่า ($63.81) เพราะอิง EPS ฐาน (ไม่รวม one-off gain) × มัธยฐานย้อนหลัง ส่วน DDM ให้ค่าต่ำกว่า ($57.20) ด้วย r 8%/g 4% — สองขาห่างกัน ~1.1 เท่า จึงเฉลี่ยได้ ★ ปรับโครงสร้าง FV รอบนี้: ตัดขา DCF เดิม (FCF/หุ้น $4.87 ตรวจซ้ำไม่ได้ — SA แสดง FCF/หุ้น $3.84 · perpetuity = TV 100%) และไม่ใช้เป้านักวิเคราะห์เป็นขา · สองตระกูลที่เหลือ (ตัวคูณกำไร + ปันผล) ค่าเฉลี่ย $60.51 ต่ำกว่าราคาตลาด $62.54 เล็กน้อย · ความอ่อนไหว: EPS ฐานอิง FY2026e ของ analyst และ EUR/USD 1.149 — เปลี่ยน FX ±5% ขยับขา P/E ±5%

4

ราคาปัจจุบัน vs โซนต่างๆ

ปัจจุบัน $62.54
เหมาะสม $60.51
$42.36
MOS 30%
$48.41
MOS 20%
$60.51
Fair Value
$63.81
กรอบบน FV
$73.42
เป้าเฉลี่ย Analyst

ราคาปัจจุบัน $62.54 อยู่ สูงกว่ามูลค่าเหมาะสมเฉลี่ย ($60.51) เล็กน้อย แต่ยังต่ำกว่ากรอบบนของ FV ($63.81) และเป้าเฉลี่ยนักวิเคราะห์ ($73.42 (+17%)) เป้านักวิเคราะห์เป็นเพียงจุดตรวจความสอดคล้อง ไม่ใช่ขาของ FV · upside จำกัดหากไม่มี catalyst เพิ่มเติมนอกเหนือจากเงินปันผล

5

Margin of Safety (ส่วนเผื่อความปลอดภัย)

−3%
แทบไม่มี Margin of Safety
ราคาปัจจุบัน อยู่ใกล้เคียงมูลค่าเหมาะสมเฉลี่ย 2 วิธี ($60.51) นักลงทุนสาย value อาจรอจังหวะย่อสู่โซน MOS 20% ($48.41) หรือ MOS 30% ($42.36) เพื่อเพิ่ม safety margin
จุดซื้อ MOS 20%
$48.41
โซนน่าสนใจสำหรับ value
จุดซื้อ MOS 30%
$42.36
โซนถูกมาก (deep value)
โซนเริ่มทยอยสะสม
< $60.51
ใกล้/ต่ำกว่ามูลค่าเหมาะสม
6

คาดการณ์ผลตอบแทน 3 ปี

จากจุดเข้า $62.54 • EPS ฐาน ~$3.71 (ปรับปรุง/forward) • รวมปันผล
BearEPS −2%/ปี
$45.39
−17%
  • EPS ปี 3~$3.49
  • P/E ออก13x
  • ปันผลรวม 3 ปี~$6.28
  • สถานการณ์การเติบโตออร์แกนิกชะลอตัว ต้นทุนวัตถุดิบ/FX กดดันมาร์จิ้น หุ้นถูก de-rate ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่ม
BaseEPS +5%/ปี
$73.01
+28%
  • EPS ปี 3~$4.29
  • P/E ออก17x
  • ปันผลรวม 3 ปี~$7.14
  • สถานการณ์เติบโตยอดขายออร์แกนิก mid-single-digit ตามเป้าบริษัท มาร์จิ้นทรงตัว/ขยับขึ้นเล็กน้อยหลัง portfolio โฟกัสมากขึ้น
BullEPS +9%/ปี
$96.09
+66%
  • EPS ปี 3~$4.80
  • P/E ออก20x
  • ปันผลรวม 3 ปี~$7.42
  • สถานการณ์Premiumization/Beauty & Wellbeing โตแรง ตลาด Emerging Markets ฟื้นตัว มาร์จิ้นขยายเกินคาด หุ้นได้ re-rate multiple สูงขึ้น

ใช้ EPS ฐาน $3.71 (FY2026e €3.22 × 1.149) เป็นฐานคำนวณแทน EPS TTM $4.83 ที่รวม one-off gain จากดีล demerge Ice Cream (Magnum) เพื่อไม่ให้ประมาณการเติบโตบิดเบือน สถานการณ์ Base สะท้อนการเติบโตออร์แกนิก mid-single-digit ตามเป้าหมายบริษัทหลัง portfolio โฟกัสมากขึ้น ส่วน Bear สะท้อนความเสี่ยงจากการเติบโตที่ชะลอตัวและแรงกดดันด้านต้นทุน/FX

7

ปัจจัยบวก & ความเสี่ยง

▲Catalysts — ปัจจัยหนุน

  • Portfolio โฟกัสหลัง demerger: ปิดดีลแยกธุรกิจ Ice Cream (The Magnum Ice Cream Company) สำเร็จในปี 2568 เหลือ 4 กลุ่มธุรกิจหลักที่มาร์จิ้นสูงกว่า (Beauty & Wellbeing, Personal Care, Home Care, Foods)
  • Premiumization: กลยุทธ์ขยับพอร์ตสู่สินค้าพรีเมียม/prestige beauty (เช่น K18, Liquid I.V., Nutrafol) หนุน mix และมาร์จิ้น
  • ฟื้นตัวตลาดเกิดใหม่: อินเดีย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และละตินอเมริกา มีสัญญาณฟื้นตัวของ volume หลังเงินเฟ้อคลี่คลาย
  • โปรแกรมลดต้นทุน: มาตรการ productivity/restructuring ต่อเนื่องหนุนมาร์จิ้นระยะกลาง
  • เงินปันผลมั่นคง: yield ~3.6% จ่ายต่อเนื่องหลายทศวรรษ เหมาะกับสาย income/defensive
  • ซื้อหุ้นคืน: โปรแกรม buyback ต่อเนื่องช่วยหนุน EPS ต่อหุ้นในระยะยาว

▼Risks — ความเสี่ยง

  • ความผันผวนค่าเงิน: รายได้/กำไรหลักเป็น EUR/GBP แต่ราคา ADR ซื้อขายเป็น USD ผู้ถือ ADR รับความเสี่ยง FX เต็มที่
  • การเติบโตชะลอในตลาดพัฒนาแล้ว: แรงกดดันจาก private label และความอ่อนไหวต่อราคาผู้บริโภค
  • EPS/ROE บิดเบือนจาก one-off: ตลาดอาจปรับมุมมองเมื่อกำไรปกติ (ไม่รวม gain จาก demerger) ปรากฏชัดในผลประกอบการถัดไป
  • ต้นทุนวัตถุดิบ: ราคาน้ำมันปาล์ม บรรจุภัณฑ์ และพลังงานผันผวน กดดันมาร์จิ้น
  • ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์/ตลาดเกิดใหม่: ค่าเงินอ่อนค่า ความขัดแย้งทางการค้าในตลาดเอเชีย/แอฟริกา/ละตินอเมริกา
  • ความเสี่ยงจากการแยกธุรกิจ: ต้นทุนแยก shared services/supply chain จาก Magnum อาจกระทบกำไรระยะสั้น
8

สรุปภาพรวม

หุ้นดีเฟนซีฟที่ซื้อขายใกล้มูลค่าเหมาะสม เหมาะกับสายปันผลมากกว่าสายเก็งกำไรส่วนต่าง

Unilever เป็นหนึ่งในผู้นำตลาด FMCG ระดับโลกที่เพิ่งปรับพอร์ตให้แข็งแกร่งขึ้นหลังปิดดีล demerge ธุรกิจ Ice Cream (Magnum) ในปี 2568 เหลือ 4 กลุ่มธุรกิจหลักที่มาร์จิ้นสูงกว่า (Beauty & Wellbeing, Personal Care, Home Care, Foods) กระแสเงินสดอิสระและเงินปันผลยังมั่นคง (yield ~3.6%) ปัจจุบันเทรดใกล้เคียงมูลค่าเหมาะสมเฉลี่ยมาก เหลือ margin of safety จำกัด เหมาะกับนักลงทุนที่มองหาหุ้นปันผลมั่นคงมากกว่าการเก็งกำไรส่วนต่างราคาระยะสั้น

มูลค่าเหมาะสม
$60.51 ($57.20–$63.81)
ส่วนต่างจากราคา
MOS ~ −3%
เป้านักวิเคราะห์ 12 ด.
~$73.42 (Buy)
กลยุทธ์: สายปันผล/defensive — ถือเพื่อรับ yield ~3.6%/ปี บน valuation ที่สมเหตุสมผล ไม่แพงเกินไป สาย value ที่ต้องการ margin of safety มากกว่านี้ ควรรอย่อสู่โซน MOS 20% ($48.41) หรือต่ำกว่า ก่อนทยอยสะสม — ติดตามผลประกอบการงวดถัดไปหลัง H1 2026 (ประกาศ 28 ก.ค. 2569) และความคืบหน้าการ integrate portfolio หลัง demerger เป็นตัวชี้วัดหลัก
คำเตือน: รายงานนี้จัดทำเพื่อการศึกษาและเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์ ตัวเลข valuation อิงสมมติฐานที่อาจคลาดเคลื่อน โดยเฉพาะ P/E เป้าหมาย, อัตราเติบโต (g), ผลตอบแทนที่ต้องการ (r) และ ROE ในอนาคต ราคาหุ้นมีความผันผวนสูง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและพิจารณาความเสี่ยงของตนเองก่อนตัดสินใจ • ข้อมูล ณ 22 ก.ย. 2569 จาก StockAnalysis.com, Yahoo Finance และ Unilever plc SEC 6-K filings (H1 2026)