ราคาเริ่มรอบปีที่ $71.17 (ส.ค. 2568) ปรับขึ้นแตะจุดสูงสุดของรอบปีที่ $73.75 (ก.พ. 2569) ตามกระแสบวกจากการปิดดีล demerge ธุรกิจ Ice Cream (Magnum) และการรีเรทหลัง portfolio โฟกัสมากขึ้น ก่อนร่วงแรงลงมาต่ำสุดรอบปีที่ $56.45 (พ.ค. 2569) จากความกังวลเรื่องการเติบโตออร์แกนิกที่ชะลอตัวในตลาดเกิดใหม่และแรงกดดันจากอัตราแลกเปลี่ยน EUR/USD จากนั้นฟื้นตัวขึ้นมาปิดที่ $65.49 ในปัจจุบัน รวมผลตอบแทนราคา ~-8.0% ในรอบปี (ยังไม่รวมเงินปันผล ~3.65%/ปี)
วิธี P/E ให้ค่าสูงสุด ($66.78) เพราะอิง EPS ปรับปรุง (forward, ไม่รวม one-off gain จากดีล demerge Ice Cream) คูณ P/E เป้าหมายใกล้เคียงค่าเฉลี่ย 5 ปีของบริษัทเอง DCF (FCF Perpetuity) ให้ค่ากลาง ($62.09) สะท้อนกระแสเงินสดอิสระที่มั่นคงของธุรกิจ FMCG แกนหลัก ส่วน DDM ให้ค่าต่ำสุด ($58.76) เพราะสมมติฐาน required return ที่สูงกว่าสำหรับ ADR ต่างประเทศ (FX/political risk premium) ค่าเฉลี่ย $62.54 ต่ำกว่าราคาตลาดปัจจุบันเล็กน้อย สะท้อนว่าหุ้นซื้อขายแพงกว่ามูลค่าเหมาะสมประมาณ -4.7%
ราคาปัจจุบัน $65.49 อยู่ สูงกว่ามูลค่าเหมาะสมเฉลี่ย ($62.54) เล็กน้อย แต่ยังต่ำกว่ากรอบบนของ FV ($66.78) และเป้าเฉลี่ยนักวิเคราะห์ ($69.08) สะท้อนว่าราคาตลาดสะท้อนมูลค่าพื้นฐานไปมากแล้ว เหลือ upside จำกัดหากไม่มี catalyst เพิ่มเติมนอกเหนือจากเงินปันผล
ใช้ EPS ปรับปรุง (forward) $3.71 เป็นฐานคำนวณแทน EPS TTM $5.07 ที่รวม one-off gain จากดีล demerge Ice Cream (Magnum) เพื่อไม่ให้ประมาณการเติบโตบิดเบือน สถานการณ์ Base สะท้อนการเติบโตออร์แกนิก mid-single-digit ตามเป้าหมายบริษัทหลัง portfolio โฟกัสมากขึ้น ส่วน Bear สะท้อนความเสี่ยงจากการเติบโตที่ชะลอตัวและแรงกดดันด้านต้นทุน/FX
Unilever เป็นหนึ่งในผู้นำตลาด FMCG ระดับโลกที่เพิ่งปรับพอร์ตให้แข็งแกร่งขึ้นหลังปิดดีล demerge ธุรกิจ Ice Cream (Magnum) ในปี 2568 เหลือ 4 กลุ่มธุรกิจหลักที่มาร์จิ้นสูงกว่า (Beauty & Wellbeing, Personal Care, Home Care, Foods) กระแสเงินสดอิสระและเงินปันผลยังมั่นคง (yield ~3.65%) แต่ราคาหุ้นที่ผันผวนในรอบปี (~-2.7%) ทำให้ปัจจุบันเทรดใกล้เคียงมูลค่าเหมาะสมเฉลี่ยมาก เหลือ margin of safety จำกัด เหมาะกับนักลงทุนที่มองหาหุ้นปันผลมั่นคงมากกว่าการเก็งกำไรส่วนต่างราคาระยะสั้น