ราคาเริ่มกราฟที่ $67.78 (ต.ค. 2568) ปรับขึ้นแตะจุดสูงสุดของช่วงที่ $73.75 (ก.พ. 2569) ก่อนร่วงแรงเหลือ $56.97 (มี.ค. 2569) และต่ำสุดของช่วงที่ $56.45 (พ.ค. 2569) — สาเหตุของการร่วงไม่ได้ตรวจกับแหล่งข่าวในรอบนี้ จึงไม่ขอระบุ จากนั้นฟื้นตัวมาอยู่ที่ $62.54 ณ ปลายกราฟ (ป้ายผลตอบแทนรอบปีที่ส่วนหัว ยังไม่รวมเงินปันผล ~3.6%/ปี)
วิธี P/E ให้ค่าสูงกว่า ($63.81) เพราะอิง EPS ฐาน (ไม่รวม one-off gain) × มัธยฐานย้อนหลัง ส่วน DDM ให้ค่าต่ำกว่า ($57.20) ด้วย r 8%/g 4% — สองขาห่างกัน ~1.1 เท่า จึงเฉลี่ยได้ ★ ปรับโครงสร้าง FV รอบนี้: ตัดขา DCF เดิม (FCF/หุ้น $4.87 ตรวจซ้ำไม่ได้ — SA แสดง FCF/หุ้น $3.84 · perpetuity = TV 100%) และไม่ใช้เป้านักวิเคราะห์เป็นขา · สองตระกูลที่เหลือ (ตัวคูณกำไร + ปันผล) ค่าเฉลี่ย $60.51 ต่ำกว่าราคาตลาด $62.54 เล็กน้อย · ความอ่อนไหว: EPS ฐานอิง FY2026e ของ analyst และ EUR/USD 1.149 — เปลี่ยน FX ±5% ขยับขา P/E ±5%
ราคาปัจจุบัน $62.54 อยู่ สูงกว่ามูลค่าเหมาะสมเฉลี่ย ($60.51) เล็กน้อย แต่ยังต่ำกว่ากรอบบนของ FV ($63.81) และเป้าเฉลี่ยนักวิเคราะห์ ($73.42 (+17%)) เป้านักวิเคราะห์เป็นเพียงจุดตรวจความสอดคล้อง ไม่ใช่ขาของ FV · upside จำกัดหากไม่มี catalyst เพิ่มเติมนอกเหนือจากเงินปันผล
ใช้ EPS ฐาน $3.71 (FY2026e €3.22 × 1.149) เป็นฐานคำนวณแทน EPS TTM $4.83 ที่รวม one-off gain จากดีล demerge Ice Cream (Magnum) เพื่อไม่ให้ประมาณการเติบโตบิดเบือน สถานการณ์ Base สะท้อนการเติบโตออร์แกนิก mid-single-digit ตามเป้าหมายบริษัทหลัง portfolio โฟกัสมากขึ้น ส่วน Bear สะท้อนความเสี่ยงจากการเติบโตที่ชะลอตัวและแรงกดดันด้านต้นทุน/FX
Unilever เป็นหนึ่งในผู้นำตลาด FMCG ระดับโลกที่เพิ่งปรับพอร์ตให้แข็งแกร่งขึ้นหลังปิดดีล demerge ธุรกิจ Ice Cream (Magnum) ในปี 2568 เหลือ 4 กลุ่มธุรกิจหลักที่มาร์จิ้นสูงกว่า (Beauty & Wellbeing, Personal Care, Home Care, Foods) กระแสเงินสดอิสระและเงินปันผลยังมั่นคง (yield ~3.6%) ปัจจุบันเทรดใกล้เคียงมูลค่าเหมาะสมเฉลี่ยมาก เหลือ margin of safety จำกัด เหมาะกับนักลงทุนที่มองหาหุ้นปันผลมั่นคงมากกว่าการเก็งกำไรส่วนต่างราคาระยะสั้น