◉ ◉ ◉
NYSE: UL Consumer Staples Global FMCG ADR

Unilever PLC (UL)

Dove • Knorr • Hellmann's • Vaseline • Global Consumer Staples ADR
$62.37(UL)
▼ −6.6% (รอบปี)
ราคา ณ 11 ส.ค. 2569
กรอบ 52 สัปดาห์ $54.75 – $74.98
ที่มา: StockAnalysis.com, Yahoo Finance, Unilever plc SEC 6-K filings (FY2025)
2026-08-08อัปเดต
1

ข้อมูลสำคัญ (Key Metrics)

ข้อมูล FY2025 (H1+H2 2568, TTM) หลังปิดดีล demerge ธุรกิจ Ice Cream (Magnum)
Market Cap
$134.05B
~2.18B หุ้น (ADR 1:1)
P/E (TTM)
~16.7x
P/E GAAP จริง ~12.2x เพราะ EPS TTM รวม one-off gain จากดีล demerge Magnum Ice Cream (ปิดดีล 2568) — การ์ดนี้ใช้ P/E จาก EPS ปรับปรุง (forward) แทนเพื่อภาพที่สมจริงกว่า
P/E เฉลี่ย ~5 ปี
~19.3x
ช่วง 15.7x–23.8x (2564–2567 ไม่รวมปี 2568 ที่บิดเบือนจาก one-off)
P/BV
7.65x
BVPS ต่ำ ($8.08) จาก buyback สะสมหลายปี — ปกติของ FMCG global เช่น P&G/Colgate ไม่ได้แปลว่าแพง
กำไรสุทธิ FY2568
~$11.1B
รวม gain ครั้งเดียว ~€3.8B จากดีล demerge Ice Cream (Magnum) — กำไรดำเนินงานต่อเนื่องปกติต่ำกว่านี้มาก
EPS (TTM)
~$5.07
รวม one-off gain จาก demerger; EPS ปรับปรุง (forward) ~$3.71 ใช้เป็นฐาน valuation แทน
BVPS
~$8.08
P/BV 7.65x
ROE / ROA
~31% / 14%
สูงจากทั้ง one-off gain และ book equity ต่ำ (asset-light, buyback สะสม) — ROE ปกติของ Unilever ในอดีตก็สูงต่อเนื่องอยู่แล้ว
รายได้ TTM
$59.30B
รายได้รายงานลดลง ~-3.8% YoY จาก FX + deconsolidation บางส่วนจากดีล Ice Cream demerger; ยอดขายออร์แกนิกยังโตต่อเนื่อง
อัตรากำไรจากการดำเนินงาน
~17.9%
ทรงตัว/ขยับขึ้นเล็กน้อยหลัง portfolio โฟกัสมากขึ้นหลัง demerger
เงินปันผล
~3.65%
$2.26/ปี ต่อเนื่องมั่นคงหลายทศวรรษ — โดดเด่นด้าน income สำหรับสาย defensive
Beta
0.45
ผันผวนต่ำกว่าตลาดมาก (defensive consumer staples)
2

ราคาย้อนหลัง ~1 ปี

โดยประมาณ
ราคา UL มูลค่าเหมาะสม $62.54 จุดสำคัญ

ราคาเริ่มรอบปีที่ $71.17 (ส.ค. 2568) ปรับขึ้นแตะจุดสูงสุดของรอบปีที่ $73.75 (ก.พ. 2569) ตามกระแสบวกจากการปิดดีล demerge ธุรกิจ Ice Cream (Magnum) และการรีเรทหลัง portfolio โฟกัสมากขึ้น ก่อนร่วงแรงลงมาต่ำสุดรอบปีที่ $56.45 (พ.ค. 2569) จากความกังวลเรื่องการเติบโตออร์แกนิกที่ชะลอตัวในตลาดเกิดใหม่และแรงกดดันจากอัตราแลกเปลี่ยน EUR/USD จากนั้นฟื้นตัวขึ้นมาปิดที่ $65.49 ในปัจจุบัน รวมผลตอบแทนราคา ~-8.0% ในรอบปี (ยังไม่รวมเงินปันผล ~3.65%/ปี)

3

การประเมินมูลค่า (Valuation)

เฉลี่ย 3 วิธี
1. P/E Valuation
EPS ปรับปรุง (forward) $3.71 × P/E เป้าหมาย ~18x — ใกล้เคียงค่าเฉลี่ย 5 ปีของ Unilever เอง (~19.3x) ไม่ใช้ EPS TTM ที่พองตัวจาก one-off gain
$66.78
2. DDM / Gordon Growth
D₁ = ปันผล $2.26 × (1+g); g 4%, r 8% → อิงเงินปันผลมั่นคงระยะยาว + required return ที่รวม premium ความเสี่ยง FX/political สำหรับ ADR ต่างประเทศ
$58.76
3. DCF (FCF Perpetuity)
FCF/หุ้น TTM $4.87 เติบโต g 2%/ปี (terminal, mature FMCG), discount rate r 10% (รวม premium ADR ต่างประเทศ) → FCF₁/(r−g)
$62.09
มูลค่าเหมาะสมเฉลี่ย (Fair Value)
กรอบ $58.76 – $66.78
$62.54

วิธี P/E ให้ค่าสูงสุด ($66.78) เพราะอิง EPS ปรับปรุง (forward, ไม่รวม one-off gain จากดีล demerge Ice Cream) คูณ P/E เป้าหมายใกล้เคียงค่าเฉลี่ย 5 ปีของบริษัทเอง DCF (FCF Perpetuity) ให้ค่ากลาง ($62.09) สะท้อนกระแสเงินสดอิสระที่มั่นคงของธุรกิจ FMCG แกนหลัก ส่วน DDM ให้ค่าต่ำสุด ($58.76) เพราะสมมติฐาน required return ที่สูงกว่าสำหรับ ADR ต่างประเทศ (FX/political risk premium) ค่าเฉลี่ย $62.54 ต่ำกว่าราคาตลาดปัจจุบันเล็กน้อย สะท้อนว่าหุ้นซื้อขายแพงกว่ามูลค่าเหมาะสมประมาณ -4.7%

4

ราคาปัจจุบัน vs โซนต่างๆ

ปัจจุบัน $62.37
เหมาะสม $62.54
$43.78
MOS 30%
$50.03
MOS 20%
$62.54
Fair Value
$66.78
กรอบบน FV
$69.08
เป้าเฉลี่ย Analyst

ราคาปัจจุบัน $65.49 อยู่ สูงกว่ามูลค่าเหมาะสมเฉลี่ย ($62.54) เล็กน้อย แต่ยังต่ำกว่ากรอบบนของ FV ($66.78) และเป้าเฉลี่ยนักวิเคราะห์ ($69.08) สะท้อนว่าราคาตลาดสะท้อนมูลค่าพื้นฐานไปมากแล้ว เหลือ upside จำกัดหากไม่มี catalyst เพิ่มเติมนอกเหนือจากเงินปันผล

5

Margin of Safety (ส่วนเผื่อความปลอดภัย)

+0.3%
ไม่มี Margin of Safety
ราคาปัจจุบัน $65.49 อยู่สูงกว่ามูลค่าเหมาะสมเฉลี่ย 3 วิธี ($62.54) เล็กน้อย (~-4.7%) นักลงทุนสาย value อาจรอจังหวะย่อสู่โซน MOS 20% ($50.03) หรือ MOS 30% ($43.78) เพื่อเพิ่ม safety margin
จุดซื้อ MOS 20%
$50.03
โซนน่าสนใจสำหรับ value
จุดซื้อ MOS 30%
$43.78
โซนถูกมาก (deep value)
โซนเริ่มทยอยสะสม
< $62.54
ใกล้/ต่ำกว่ามูลค่าเหมาะสม
6

คาดการณ์ผลตอบแทน 3 ปี

จากจุดเข้า $65.49 • EPS ฐาน ~$3.71 (ปรับปรุง/forward) • รวมปันผล
BearEPS -2%/ปี
$45.39
-16.8%
  • EPS ปี 3~$3.49
  • P/E ออก13x
  • ปันผลรวม 3 ปี~$6.45
  • สถานการณ์การเติบโตออร์แกนิกชะลอตัว ต้นทุนวัตถุดิบ/FX กดดันมาร์จิ้น หุ้นถูก de-rate ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่ม
BaseEPS +5%/ปี
$73.01
+28.9%
  • EPS ปี 3~$4.29
  • P/E ออก17x
  • ปันผลรวม 3 ปี~$7.33
  • สถานการณ์เติบโตยอดขายออร์แกนิก mid-single-digit ตามเป้าบริษัท มาร์จิ้นทรงตัว/ขยับขึ้นเล็กน้อยหลัง portfolio โฟกัสมากขึ้น
BullEPS +9%/ปี
$96.09
+66.4%
  • EPS ปี 3~$4.80
  • P/E ออก20x
  • ปันผลรวม 3 ปี~$7.63
  • สถานการณ์Premiumization/Beauty & Wellbeing โตแรง ตลาด Emerging Markets ฟื้นตัว มาร์จิ้นขยายเกินคาด หุ้นได้ re-rate multiple สูงขึ้น

ใช้ EPS ปรับปรุง (forward) $3.71 เป็นฐานคำนวณแทน EPS TTM $5.07 ที่รวม one-off gain จากดีล demerge Ice Cream (Magnum) เพื่อไม่ให้ประมาณการเติบโตบิดเบือน สถานการณ์ Base สะท้อนการเติบโตออร์แกนิก mid-single-digit ตามเป้าหมายบริษัทหลัง portfolio โฟกัสมากขึ้น ส่วน Bear สะท้อนความเสี่ยงจากการเติบโตที่ชะลอตัวและแรงกดดันด้านต้นทุน/FX

7

ปัจจัยบวก & ความเสี่ยง

Catalysts — ปัจจัยหนุน

  • Portfolio โฟกัสหลัง demerger: ปิดดีลแยกธุรกิจ Ice Cream (The Magnum Ice Cream Company) สำเร็จในปี 2568 เหลือ 4 กลุ่มธุรกิจหลักที่มาร์จิ้นสูงกว่า (Beauty & Wellbeing, Personal Care, Home Care, Foods)
  • Premiumization: กลยุทธ์ขยับพอร์ตสู่สินค้าพรีเมียม/prestige beauty (เช่น K18, Liquid I.V., Nutrafol) หนุน mix และมาร์จิ้น
  • ฟื้นตัวตลาดเกิดใหม่: อินเดีย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และละตินอเมริกา มีสัญญาณฟื้นตัวของ volume หลังเงินเฟ้อคลี่คลาย
  • โปรแกรมลดต้นทุน: มาตรการ productivity/restructuring ต่อเนื่องหนุนมาร์จิ้นระยะกลาง
  • เงินปันผลมั่นคง: yield ~3.65% จ่ายต่อเนื่องหลายทศวรรษ เหมาะกับสาย income/defensive
  • ซื้อหุ้นคืน: โปรแกรม buyback ต่อเนื่องช่วยหนุน EPS ต่อหุ้นในระยะยาว

Risks — ความเสี่ยง

  • ความผันผวนค่าเงิน: รายได้/กำไรหลักเป็น EUR/GBP แต่ราคา ADR ซื้อขายเป็น USD ผู้ถือ ADR รับความเสี่ยง FX เต็มที่
  • การเติบโตชะลอในตลาดพัฒนาแล้ว: แรงกดดันจาก private label และความอ่อนไหวต่อราคาผู้บริโภค
  • EPS/ROE บิดเบือนจาก one-off: ตลาดอาจปรับมุมมองเมื่อกำไรปกติ (ไม่รวม gain จาก demerger) ปรากฏชัดในผลประกอบการถัดไป
  • ต้นทุนวัตถุดิบ: ราคาน้ำมันปาล์ม บรรจุภัณฑ์ และพลังงานผันผวน กดดันมาร์จิ้น
  • ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์/ตลาดเกิดใหม่: ค่าเงินอ่อนค่า ความขัดแย้งทางการค้าในตลาดเอเชีย/แอฟริกา/ละตินอเมริกา
  • ความเสี่ยงจากการแยกธุรกิจ: ต้นทุนแยก shared services/supply chain จาก Magnum อาจกระทบกำไรระยะสั้น
8

สรุปภาพรวม

หุ้นดีเฟนซีฟที่ซื้อขายใกล้มูลค่าเหมาะสม เหมาะกับสายปันผลมากกว่าสายเก็งกำไรส่วนต่าง

Unilever เป็นหนึ่งในผู้นำตลาด FMCG ระดับโลกที่เพิ่งปรับพอร์ตให้แข็งแกร่งขึ้นหลังปิดดีล demerge ธุรกิจ Ice Cream (Magnum) ในปี 2568 เหลือ 4 กลุ่มธุรกิจหลักที่มาร์จิ้นสูงกว่า (Beauty & Wellbeing, Personal Care, Home Care, Foods) กระแสเงินสดอิสระและเงินปันผลยังมั่นคง (yield ~3.65%) แต่ราคาหุ้นที่ผันผวนในรอบปี (~-2.7%) ทำให้ปัจจุบันเทรดใกล้เคียงมูลค่าเหมาะสมเฉลี่ยมาก เหลือ margin of safety จำกัด เหมาะกับนักลงทุนที่มองหาหุ้นปันผลมั่นคงมากกว่าการเก็งกำไรส่วนต่างราคาระยะสั้น

มูลค่าเหมาะสม
$62.54 ($58.76–$66.78)
ส่วนต่างจากราคา
MOS ~ -4.7%
เป้านักวิเคราะห์ 12 ด.
~$68.59 (Buy)
กลยุทธ์: สายปันผล/defensive — ถือเพื่อรับ yield ~3.65%/ปี บน valuation ที่สมเหตุสมผล ไม่แพงเกินไป สาย value ที่ต้องการ margin of safety มากกว่านี้ ควรรอย่อสู่โซน MOS 20% ($50.03) หรือต่ำกว่า ก่อนทยอยสะสม — ติดตามผลประกอบการ H1 2569 (ส.ค. 2569) และความคืบหน้าการ integrate portfolio หลัง demerger เป็นตัวชี้วัดหลัก
คำเตือน: รายงานนี้จัดทำเพื่อการศึกษาและเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์ ตัวเลข valuation อิงสมมติฐานที่อาจคลาดเคลื่อน โดยเฉพาะ P/E เป้าหมาย, อัตราเติบโต (g), ผลตอบแทนที่ต้องการ (r) และ ROE ในอนาคต ราคาหุ้นมีความผันผวนสูง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและพิจารณาความเสี่ยงของตนเองก่อนตัดสินใจ • ข้อมูล ณ 31 ก.ค. 2569 จาก StockAnalysis.com, Yahoo Finance และ Unilever plc SEC 6-K filings (H1 2026)