THREL เคลื่อนไหวในกรอบแคบ ~฿0.99–฿1.19 เกือบตลอด 11 เดือนแรกของช่วง โดยทำจุดต่ำสุดรอบ 52 สัปดาห์ที่ ฿0.93 ก่อนถูกรีเรตขึ้นแรงในเดือน ส.ค. 2569 เมื่อตลาดเริ่มให้ราคากับแผนคุม combined ratio ให้ต่ำกว่า 95% ภายในปี 2569 (จุดสูงสุดรอบ 52 สัปดาห์ ฿1.55) จุดที่ต้องระวังคือการวิ่งรอบนี้เกิดบนงบที่ยังขาดทุน (EPS TTM −฿0.07 · ROE −8.9%) จึงเป็นการซื้อขายบนความคาดหวังของการพลิกฟื้น ไม่ใช่ผลประกอบการที่ประกาศออกมาแล้ว
ทำไมเหลือ 2 ขา: ทั้งสองขาเป็นขา "ยึดตลาด" ที่ใช้ตัวคูณมัธยฐานของ THREL เองซึ่งวัดจริงรายปี ไม่มีขาไหนรับ (r, g) เป็นอินพุต จึงไม่ติดปัญหาตระกูลสมมติฐานซ้ำเสียง · ขาทั้งสองห่างกัน 1.6 เท่า (< 2.0 เท่า) จึงเฉลี่ยได้ — ถ่วง 60/40 เข้าหาขา P/B เพราะบริษัทรับประกันภัยต่อมีมูลค่าผูกกับส่วนของผู้ถือหุ้นและเงินสำรองมากกว่าปริมาณเบี้ยรับ (0.96×0.6 + 1.54×0.4 = ฿1.19)
ขาที่ถูกตัดออกและเหตุผล: (1) P/E ใช้ไม่ได้ — EPS (TTM) ติดลบ ฿0.07 และขาดทุนสองปีงบติดกัน (FY2567 −฿579 ล้าน · FY2568 −฿76.6 ล้าน) (2) Justified P/BV ใช้ไม่ได้ — สูตร (ROE−g)/(r−g) ให้ตัวคูณติดลบเมื่อ ROE = −8.9% (3) DDM ถูกถอดทั้งขา — บริษัทจ่ายปันผลครั้งสุดท้าย ฿0.070/หุ้น (XD 3 พ.ค. 2567) แล้วไม่จ่ายอีกเลย ขา DDM ที่เคยเป็นเสาหลักของมูลค่าเหมาะสมในรายงานรอบก่อน (฿1.26) จึงไม่มีฐานรองรับแล้ว
บริบท (ไม่เข้าค่าเฉลี่ย): ถ้าอัตรากำไรสุทธิกลับไปที่ค่ากลางของปีที่ยังมีกำไร (FY2564–FY2566 ราว 3.5%) บนฐานรายได้ปัจจุบัน จะได้กำไรราว ฿84 ล้าน หรือกำไรต่อหุ้นราว ฿0.135 — เป็นภาพ "ถ้าพลิกฟื้นสำเร็จเต็มที่" ที่งบยังไม่ยืนยัน จึงใช้เป็นบริบทเท่านั้น ไม่ใช่ขาของมูลค่าเหมาะสม
หลังการรีเรตรอบล่าสุด ราคาตลาดขึ้นไปยืนเหนือ Fair Value ฿1.19 แล้ว ⇒ ไม่เหลือส่วนเผื่อความปลอดภัยให้ผู้ที่จะเข้าใหม่ โซนที่ให้ MOS 20% คือ ≤ ฿0.95 และ MOS 30% คือ ≤ ฿0.83 ซึ่งเป็นระดับที่หุ้นยืนอยู่เกือบตลอด 11 เดือนก่อนหน้านี้ — ไม่ใช่ราคาที่ไกลเกินจะกลับไป กรอบบน ฿1.54 มาจากขา P/S ล้วน ๆ และจะเป็นจริงได้ก็ต่อเมื่ออัตรากำไรสุทธิพลิกเป็นบวกก่อน ซึ่งงบ TTM ยังไม่ยืนยัน · ปันผลที่เคยเป็นเหตุผลถือครองไม่มีอีกแล้วตั้งแต่กลางปี 2567
ฐานของทุกฉากคือ EPS ปกติ (normalized) ฿0.08/หุ้น = อัตรากำไรสุทธิราว 2.1% บนฐานรายได้ TTM ฿2.39 พันล้าน ซึ่งยังต่ำกว่าค่ากลางของปีที่บริษัทมีกำไร (FY2564–FY2566) จึงไม่ใช่สมมติฐานที่โลกสวย Base โต 10%/ปี → EPS ปี 3 = ฿0.08 × (1.10)³ ≈ ฿0.106 × P/E ออก 12 เท่า = ฿1.28 (ตรวจทานอีกทางด้วยงบดุล: ส่วนของผู้ถือหุ้นสะสมขึ้นเป็นราว ฿0.97/หุ้น × P/B ออก 1.30x ≈ ฿1.26 — ใกล้เคียงกัน) Bull โต 25%/ปี → ฿0.08 × (1.25)³ ≈ ฿0.156 × P/E ออก 12.5 เท่า = ฿1.95 · Bear ยังขาดทุนต่อ ส่วนของผู้ถือหุ้นถูกกัดเหลือราว ฿0.61/หุ้น × P/B ออก 1.10x = ฿0.67
ทุกฉากไม่มีปันผล — บริษัทงดจ่ายตั้งแต่กลางปี 2567 ผลตอบแทนข้างต้นจึงเป็นส่วนต่างราคาล้วน ๆ ไม่มีกระแสเงินสดระหว่างทางมาช่วยพยุงระหว่างรอการพลิกฟื้น
THREL ถูกรีเรตขึ้นแรงในเดือน ส.ค. 2569 บนความคาดหวังว่าแผนคุม combined ratio ให้ต่ำกว่า 95% จะสำเร็จภายในปี 2569 แต่งบที่ประกาศแล้ว (19 ส.ค. 2569) ยังบอกอีกอย่าง: ขาดทุนสุทธิ TTM −฿42.3 ล้าน · EPS −฿0.07 · ROE −8.9% และบริษัทงดจ่ายปันผลมาตั้งแต่กลางปี 2567 เมื่อประเมินด้วยตัวคูณมัธยฐานของตัวเองที่วัดจริงรายปี (P/B 1.34x · P/S 0.47x) แล้วหักส่วนลดตามสถานะที่ยังขาดทุน ได้มูลค่าเหมาะสม ฿1.19 (กรอบ ฿0.96–฿1.54) ซึ่งต่ำกว่าราคาซื้อขายในตลาด ⇒ ส่วนเผื่อความปลอดภัยติดลบ จุดที่เปลี่ยนไปชัดเจนจากรายงานรอบก่อน: มูลค่าเหมาะสมเดิม ฿1.10 มีขา DDM (฿1.26) เป็นเสาหลัก — ขานั้นถูกถอดออกทั้งขาแล้ว เพราะปันผลถูกระงับจริง ไม่ใช่แค่ลดลง สิ่งที่เคยเป็นเหตุผลหลักในการถือหุ้นตัวนี้จึงหายไป สิ่งที่ควรรอก่อนพิจารณาเข้า: กำไรสุทธิเป็นบวกติดกัน 2 ไตรมาส หรือราคาย่อกลับสู่โซน ฿0.95 (MOS 20%) — อย่างใดอย่างหนึ่งก่อน ไม่ใช่ไล่ราคาตามข่าวการพลิกฟื้นที่ยังไม่ปรากฏในงบ