ราคาหุ้น SPA แกว่งตัวในกรอบ ฿2.60–4.08 ตลอด 12 เดือนที่ผ่านมา จุดต่ำสุดราว ฿2.78 (ต.ค. 2568) ช่วงนักท่องเที่ยวจีน/รัสเซียชะลอตัวและกังวลต้นทุนแรงงานขั้นต่ำ ก่อนพุ่งแตะจุดสูงสุด ฿3.88 (ม.ค. 2569) รับกระแสท่องเที่ยวไฮซีซั่น จากนั้นย่อกลับมาแกว่งแคบ ๆ ที่ ฿2.9–3.3 และปิดที่ ฿2.96 ณ 3 ก.ค. 2569 รวมทั้งปีขึ้นมา +9.2% แต่ยังต่ำกว่าจุดสูงสุดของปีอยู่มาก สะท้อนความผันผวนสูงของหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว/บริการขนาดกลาง
วิธี P/E ให้ค่าสูงสุด (฿3.00) เพราะยังอิงกำไรปัจจุบันที่ทรงตัว ขณะที่ DDM ให้ค่าต่ำสุด (฿1.89) เพราะปันผลต่อหุ้นยังน้อยและโตช้า ROE ที่ลดฮวบจาก 29.5% เหลือ 14.9% ทำให้ Justified P/BV ปรับลงมาที่ ~2.0x จากที่เคยเทรดสูงกว่านี้มาก FV เฉลี่ย ฿2.32 ต่ำกว่าราคาตลาดปัจจุบัน (฿2.96) ค่อนข้างมาก — สะท้อนว่าตลาดยังให้พรีเมียมกับความคาดหวังการฟื้นตัวของท่องเที่ยวมากกว่าที่ปัจจัยพื้นฐานปัจจุบันสนับสนุน
ราคาปัจจุบัน (฿2.96) อยู่ สูงกว่า มูลค่าเหมาะสมตามโมเดล (฿2.32) ราว 28% แต่ยัง ต่ำกว่า ราคาเป้าเฉลี่ยของนักวิเคราะห์ (฿4.05, มุมมอง Buy จาก 6 สำนัก) ราว 22% ความต่างนี้สะท้อนว่านักวิเคราะห์มองบวกต่อการฟื้นตัวของกำไรในอนาคตมากกว่าที่โมเดลอนุรักษ์นิยมนี้สะท้อน — ผู้ลงทุนควรพิจารณาทั้งสองมุมมองประกอบกัน
ผลตอบแทนรวม (capital gain + ปันผลสะสม 3 ปี) เทียบกับราคาซื้อ ฿2.96 — Bear case สะท้อนความเสี่ยงต้นทุนแรงงานขั้นต่ำและค่าเช่าที่กัดมาร์จิ้นต่อเนื่อง ขณะที่ Bull case ต้องอาศัยการฟื้นตัวเต็มรูปแบบของนักท่องเที่ยวต่างชาติกลุ่มหลักและการควบคุมต้นทุนที่ดีขึ้น ทั้งสามฉากทัศน์ยังอยู่ภายใต้ P/E ที่ต่ำกว่าหรือใกล้เคียงระดับปัจจุบัน (22x)
SPA เป็นผู้นำธุรกิจสปา/เวลเนสของไทยที่ได้อานิสงส์จากการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยว รายได้ TTM ยังเติบโต +5.1% แต่กำไรสุทธิกลับลดลงต่อเนื่อง 2 ปี (-39% ในปี 2568) จากต้นทุนแรงงานและค่าเช่าที่สูงขึ้นกัดกินมาร์จิ้น ทำให้ ROE ร่วงจาก 29.5% เหลือ 14.9% ขณะที่ราคาหุ้นยังเทรดที่ P/E 22x และ P/BV 3.18x ซึ่งสูงเทียบกับคุณภาพกำไรปัจจุบัน โมเดล valuation แบบอนุรักษ์นิยม (P/E + DDM + Justified P/BV) ให้ Fair Value เฉลี่ยเพียง ฿2.32 ต่ำกว่าราคาตลาด 43% แม้นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังให้เป้าราคาสูงกว่านี้ (฿4.05) โดยมองข้ามช็อตไปที่การฟื้นตัวเต็มรูปแบบ ผู้ลงทุนที่เน้น margin of safety ควรรอจังหวะราคาย่อลงมาใกล้โซน ฿1.9–2.3 มากกว่า