SET: SGC สินเชื่อรายย่อยและเช่าซื้อ การบริโภคในประเทศไทย

เอสจี แคปปิตอล (SG Capital) (SGC)

สินเชื่อเช่าซื้อโทรศัพท์มือถือ Locked Phone • สินเชื่อรถทำเงิน (เลิกปล่อยใหม่ ส.ค. 2567) • เช่าซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า • บริษัทในเครือ SINGER ประเทศไทย
฿1.64(SGC)
▲ +67.3% (รอบปี)
ราคา ณ 24 ก.ย. 2569 (Yahoo Finance, ตรงกับ StockAnalysis.com)
กรอบ 52 สัปดาห์ ฿0.70 – ฿1.92
ที่มา: Yahoo Finance, StockAnalysis.com, เอกสารสรุปกิจการ SGC (Bluebell Group, มี.ค. 2569)
2026-09-22อัปเดต
1

ข้อมูลสำคัญ (Key Metrics)

ธุรกิจสินเชื่อ non-bank — ไม่มี COGS/Gross margin แบบธุรกิจทั่วไป
Market Cap
฿1.02 หมื่นล้าน
~6.24 พันล้านหุ้น · 6,240 ล้านหุ้น
P/E (TTM)
16.4x
EPS TTM ฿0.10 · ราคา ฿1.60 ÷ EPS TTM ฿0.10
D/E
0.90x
หนี้สินต่อทุน · ↓ จาก 3.23x สิ้นปี 2566 (StockAnalysis)
P/BV
1.34x
BVPS ฿1.22 · เทียบ BVPS TTM ฿1.22
กำไรสุทธิ FY2568
฿350 ล้าน
ทั้งปีบัญชี · +115% YoY (163→350 ล้านบาท)
EPS (TTM)
~฿0.10
IFRS · กำไรสุทธิ TTM ฿614 ล้านบาท ÷ 6,240 ล้านหุ้น · FY2568 ฿0.06 · ฟื้นจากขาดทุน ฿2,275 ล้านปี 2566
BVPS
~฿1.22
มูลค่าทางบัญชีต่อหุ้น · StockAnalysis, TTM ณ 31 มี.ค. 2569
ROE / ROA
~8.1% / 2.5%
ผลตอบแทนต่อทุน / สินทรัพย์ · ROE ยังต่ำกว่าต้นทุนทุนที่ประเมิน ~10%
พอร์ตสินเชื่อคงค้าง
฿14,100 ล้านบาท
Locked Phone 46% · รถทำเงิน 44% · เครื่องใช้ไฟฟ้า 5% · อื่นๆ 5%
NPL Ratio (สิ้นปี 2568)
17.17%
↓ จาก 22.91% (2567) และ 21.30% (2566)
เงินปันผล
0.00%
฿0.00/ปี · ไม่จ่ายปันผลตั้งแต่ปี 2566 (ครั้งล่าสุด ฿0.11 XD 27 เม.ย. 2566)
ค่าเผื่อผลขาดทุนฯ (Credit cost)
ลดต่อเนื่อง
ตั้งสำรองก้อนใหญ่ Q2/2566 แล้ว ไม่มีเพิ่มเติมนัยสำคัญหลังจากนั้น

ย่อหน้าเปิดเผยข้อมูลเต็ม (full-disclosure): ตรวจสอบแล้วยืนยันได้จริงว่า SGC (บริษัทในเครือ SINGER ประเทศไทย ถือหุ้น 78.17% ณ 25 ก.พ. 2569) เคยมีปัญหาคุณภาพลูกหนี้ในช่วงปี 2565–2566 จริง — พอร์ตสินเชื่อรถทำเงิน (เช่าซื้อ/จำนำทะเบียนรถเพื่อการพาณิชย์) และเช่าซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าได้รับผลกระทบหนักจาก COVID-19 บริษัทเร่งตัดหนี้สูญและตั้งสำรองก้อนใหญ่ตั้งแต่ไตรมาส 2/2566 ส่งผลขาดทุนสุทธิ 2,275 ล้านบาทในปี 2566 (NPL Ratio พุ่งถึง 21.30% ปี 2566 และ 22.91% ปี 2567) ที่มา: เอกสารสรุปกิจการ SGC จัดทำโดยที่ปรึกษาทางการเงิน Bluebell Group Holdings (ลงวันที่ 10 มี.ค. 2569 ประกอบการเสนอขายหุ้นกู้ PP) และข่าว Kaohoon/Bangkokbiznews — ไม่พบรายงานผู้สอบบัญชีแบบมีเงื่อนไข (qualified opinion) ในแหล่งที่ตรวจสอบได้ ผู้สอบบัญชีปัจจุบันคือ KPMG ภูมิไชย เนื่องจากปี 2566 มีรายการตัดหนี้สูญ/ตั้งสำรองผิดปกติขนาดใหญ่ งบปี 2565→2566→2567 จึงไม่สามารถใช้คำนวณอัตราเติบโตแบบปกติได้ — รายงานนี้จึงใช้ฐานงวด TTM (ล่าสุด) และ FY2568 (ปีเต็มปีล่าสุดหลังฟื้นตัว) เป็นฐานในการประเมินมูลค่า ไม่คำนวณอัตราเติบโตคร่อมปี 2566 คุณภาพพอร์ตปัจจุบัน (สิ้นปี 2568): พอร์ตรวม ฿14,100 ล้านบาท NPL 17.17% ซึ่งส่วนใหญ่ยังเป็นพอร์ตเก่า ขณะที่พอร์ตใหม่ Locked Phone (46% ของพอร์ตรวม) มี NPL เพียง ~2% เท่านั้น และบริษัทหยุดปล่อยสินเชื่อรถทำเงินตั้งแต่ ส.ค. 2567 — ความสัมพันธ์กับ SINGER: นอกจากถือหุ้น 78.17% แล้ว SGC ยังพึ่งพาเงินกู้จาก SINGER คิดเป็น 80.35% ของหนี้ที่มีดอกเบี้ยทั้งหมด (สิ้นปี 2568 ลดจาก 100% ในปี 2566) มูลค่าราว ฿6,273 ล้านบาท ซึ่งอยู่ระหว่างเจรจาขยายวันชำระคืน — เป็นความเสี่ยงกระจุกตัวด้านแหล่งเงินทุนที่มีนัยสำคัญ ส่วน NIM และ coverage ratio บริษัทไม่ได้เปิดเผยเป็นตัวเลขเดี่ยวโดยตรงในเอกสารที่ตรวจสอบได้ (มีเพียงอัตราดอกเบี้ยรับเฉลี่ย 18–19% ต่อปี ตามเอกสาร SGC IR)

2

ราคาย้อนหลัง ~1 ปี

โดยประมาณ
ราคา SGC มูลค่าเหมาะสม ฿0.88 จุดสำคัญ

ราคาเริ่มที่ ฿0.98 (ต.ค. 2568) ไหลลงสู่จุดต่ำสุดรอบปี ฿0.84 (ธ.ค. 2568) แล้วแกว่งตัวไซด์เวย์ในกรอบ ฿0.85–0.98 ตลอดไตรมาส 1/2569 ต่อเนื่องถึง เม.ย. 2569 ก่อนพลิกเป็นขาขึ้นแรงตั้งแต่ พ.ค. 2569 (฿1.34) จนถึงจุดสูงสุด ก.ค. 2569 (฿1.75) แล้วพักตัวที่ ส.ค.–ก.ย. 2569 (฿1.56–฿1.60) — เพิ่มขึ้นราว 2 เท่าจากระดับ เม.ย. 2569 (฿0.89) สอดคล้องช่วงเวลาที่ตลาดรับรู้ผลประกอบการฟื้นตัวต่อเนื่อง แผนขยายพอร์ต Locked Phone และวัฏจักรดอกเบี้ยขาลงของไทย ผลตอบแทนรอบปี (จุดแรก→จุดล่าสุด) = +63.3%

3

การประเมินมูลค่า (Valuation)

เฉลี่ย 2 ตระกูล (2 วิธี)

เฉลี่ย 2 วิธีต่างตระกูล (P/E เทียบกลุ่มที่วัดจริง + Justified P/BV) — ไม่ใช้ DCF บน FCF (ไม่มีความหมายสำหรับธุรกิจการเงิน) ไม่ใช้ DDM (ไม่จ่ายปันผล) ไม่ใช้เป้านักวิเคราะห์ (ไม่มีข้อมูล)

1. P/E Valuation
EPS IFRS (TTM) ฿0.10 × P/E เป้าหมาย ~8.7x (ค่ากลางกลุ่มเทียบ) — มัธยฐาน P/E (TTM) ที่วัดจริงของกลุ่มไฟแนนซ์ผู้บริโภคไทย ณ 21 ก.ย. 2569 (StockAnalysis): MTC 8.72x / SAWAD 7.06x / THANI 10.32x (มัธยฐาน 8.72x) — มาจากกลุ่มเทียบเคียง ไม่ใช่จาก P/E ปัจจุบันของ SGC และไม่ปรับเพิ่ม/ลดเอง แม้ NPL ของ SGC (17.17%) สูงกว่ากลุ่มมาก (ประวัติ P/E ของ SGC เองมีจุดที่เชื่อได้เพียง 2 จุด จึงใช้เป็นสมอไม่ได้)
฿0.87
2. Justified P/BV
P/BV เหมาะสม = (ROE 8.13% − g 3%)/(r 10% − g 3%) ≈ 0.73 × BVPS ฿1.22 — r ประมาณจาก rf พันธบัตรไทย 10 ปี ~2.2% + ERP ~7.8% (สะท้อนความเสี่ยงกิจการเล็ก+ประวัติหนี้เสีย)
฿0.89
มูลค่าเหมาะสมเฉลี่ยตามตระกูล (Fair Value)
กรอบ ฿0.87 – ฿0.89
฿0.88

ทั้ง 2 วิธีเกาะกลุ่มกันแคบ (0.87–0.89 ต่างกัน 1.02 เท่า ไม่เกินเกณฑ์ dispersion 2 เท่า จึงเฉลี่ยตรงได้) และเป็นวิธีอิสระกันจริง — Justified P/BV ใช้ (r,g) ส่วน P/E เทียบกลุ่มใช้ตัวคูณที่วัดจากตลาด ไม่ใช้ (r,g) เลย จึงเป็นพยานที่ไม่ผูก (r,g) ยืนยันว่าราคาตลาดปัจจุบัน ฿1.64 แพงกว่ามูลค่าเหมาะสมมาก (MOS ลึกกว่า 40% — ประมาณการนี้อิงกลุ่มเทียบเคียงเพียง 3 บริษัท จึงมีความไม่แน่นอนสูง) ตรวจสอบอัตราคิดลดที่ตลาดฝังอยู่ (implied-rate check): ที่ P/BV ตลาดปัจจุบัน 1.34x และ ROE TTM 8.13%, g 3% ⇒ r ที่ตลาดใช้จริง ≈ 6.9% ต่ำกว่า r ที่ใช้ในโมเดล (10%) ~3.1pp (เกินเกณฑ์ตรวจสอบ 1.5–2.0pp) — P/BV รีเรตจาก 0.71x (สิ้นปี 2568) ในเวลาไม่กี่เดือน ขณะที่ ROE ขยับขึ้นจาก 4.83%→8.13% กล่าวคือราคาปัจจุบันกำลังฝังสมมติฐานว่า ROE ต้องขยับขึ้นไปแตะราว 12.2% (คำนวณจาก P/BV≈1.31 ⇒ (ROE−3)/(10−3)=1.31 ⇒ ROE≈12.2%) ราว 1.5 เท่าของระดับปัจจุบัน — เป็นข้อเท็จจริงเชิงตลาดที่วัดได้จริง ไม่ใช่พารามิเตอร์โมเดลผิด Sensitivity: ที่ r = 9.5% / 10.0% / 10.5% (g=3%, ROE=8.13% คงที่) FV วิธี Justified P/BV = ฿0.96 / ฿0.894 / ฿0.83 ตามลำดับ และหากใช้ P/E กลุ่ม 7.06x–10.32x (ต่ำสุด–สูงสุดของกลุ่ม) ที่ EPS ฿0.10 จะได้ ฿0.71–฿1.03 — ยังต่ำกว่าราคาตลาดในทุกกรณี

4

ราคาปัจจุบัน vs โซนต่างๆ

ปัจจุบัน ฿1.64
เหมาะสม ฿0.88
฿0.62
MOS 30%
฿0.70
MOS 20%
฿0.88
Fair Value
฿0.89
กรอบบน FV

ราคาปัจจุบัน ฿1.64 อยู่เหนือกรอบบนของมูลค่าเหมาะสม (฿0.89) ราว 1.8 เท่า และไม่มีนักวิเคราะห์ติดตามให้เป้าหมายเทียบเคียง (Settrade.com: 0 broker ให้คำแนะนำ ณ ส.ค. 2569; StockAnalysis ไม่แสดงเป้า ณ 21 ก.ย. 2569) — ตลาดกำลังให้มูลค่าล่วงหน้าสำหรับสถานการณ์ฟื้นตัว/เติบโตที่ยังไม่มีหลักฐานยืนยันครบในงบย้อนหลัง (ROE ปัจจุบัน 8.13% ยังต่ำกว่าต้นทุนทุนที่ประเมิน ~10%)

5

Margin of Safety (ส่วนเผื่อความปลอดภัย)

−86%
ไม่มี Margin of Safety (ราคาแพงกว่ามูลค่าเหมาะสมมาก)
ราคาซื้อขายสูงกว่ามูลค่าเหมาะสมโดยประมาณราว 1.8 เท่า — นักลงทุนที่เข้าซื้อ ณ ราคานี้กำลังรับความเสี่ยงด้าน valuation ที่สูงมาก ควรรอสัญญาณคุณภาพพอร์ตดีขึ้นชัดเจนกว่านี้หรือรอราคาย่อตัว
จุดซื้อ MOS 20%
฿0.70
โซนน่าสนใจสำหรับ value
จุดซื้อ MOS 30%
฿0.62
โซนถูกมาก (deep value)
โซนเริ่มทยอยสะสม
< ฿0.88
ใกล้/ต่ำกว่ามูลค่าเหมาะสม
6

คาดการณ์ผลตอบแทน 3 ปี

จากจุดเข้า ฿1.64 • EPS ฐาน ~฿0.10 • ผูกกับแนวโน้ม NPL/credit cost เป็นหลัก • ไม่มีปันผล
BearEPS −5%/ปี
฿0.51
−69%
  • EPS ปี 3~฿0.0857
  • P/E ออก6.0x
  • ปันผลรวม 3 ปี~฿0.00
  • สถานการณ์NPL กลับมาเร่งตัวจากพอร์ตรถทำเงิน/เครื่องใช้ไฟฟ้าเก่าที่เหลือ ต้องตั้งสำรองเพิ่มอีกรอบ กำไรหดตัว ตลาดกลับไปให้ P/E ต่ำแบบช่วงวิกฤต 2566
BaseEPS +15%/ปี
฿1.32
−20%
  • EPS ปี 3~฿0.152
  • P/E ออก8.7x
  • ปันผลรวม 3 ปี~฿0.00
  • สถานการณ์NPL ทยอยลดลงตามแนวโน้มจริงที่เกิดแล้ว (22.91%→17.17% ใน 1 ปี) สู่ ~12–14% ใน 3 ปี จากพอร์ต Locked Phone (NPL ~2%) ขยายแทนพอร์ตเก่า — ไม่สมมติว่า NPL กลับสู่ระดับก่อน COVID โดยไม่มีหลักฐาน
BullEPS +30%/ปี
฿2.26
+38%
  • EPS ปี 3~฿0.22
  • P/E ออก10.3x
  • ปันผลรวม 3 ปี~฿0.00
  • สถานการณ์Locked Phone ขยายตัวเร็วกว่าแผนแทนที่พอร์ตรถทำเงิน/เครื่องใช้ไฟฟ้าเกือบทั้งหมด NPL รวมลงต่ำกว่า 10% ROE ขยับสู่เลขสองหลัก ตลาดให้มูลค่าใกล้เคียงกลุ่มไฟแนนซ์คุณภาพดี

Base scenario ให้ผลตอบแทนรวม −20% ใน 3 ปี ซึ่งสอดคล้องกับผลการประเมินมูลค่าใน section 3 ที่ชี้ว่าราคาปัจจุบันแพงกว่าพื้นฐาน (ฉาก P/E ใช้มัธยฐานกลุ่ม 8.7x และเพดาน 10.3x = P/E สูงสุดของกลุ่มเทียบเคียงใน Bull) — Bull scenario (+38% ใน 3 ปี) ต้องอาศัยทั้ง NPL ลดต่ำกว่า 10% และ EPS โตปีละ 30% พร้อมกัน ซึ่งยังไม่มีหลักฐานยืนยันในงบปัจจุบัน EPS ฐานยังเล็ก (฿0.10) ราคาเป้า Bear/Base ยังต่ำกว่าราคาตลาดปัจจุบัน

7

ปัจจัยบวก & ความเสี่ยง

▲Catalysts — ปัจจัยหนุน

  • Locked Phone เติบโตแรง คุณภาพดี: พอร์ตโต +151% YoY ในปี 2568 (3,924→6,516 ล้านบาท) NPL เพียง ~2% ผลตอบแทน >28% ต่อปี สูงกว่าสินเชื่อรถทำเงิน (13–16%)
  • วัฏจักรดอกเบี้ยขาลง: กนง. ลดดอกเบี้ยนโยบายต่อเนื่องจาก 2.25% (สิ้นปี 2567) เหลือ 1.00% (ก.พ. 2569) ลดต้นทุนเงินกู้โดยตรง
  • โครงสร้างทุนแข็งแกร่งขึ้นมาก: D/E ลดจาก 3.31x (สิ้นปี 2566) เหลือ 0.89x (สิ้นปี 2568) หลังเพิ่มทุน 3,860 ล้านบาทในปี 2567
  • อันดับเครดิตจาก TRIS เปิดทางเข้าถึงตลาดหุ้นกู้: องค์กร BB+ (ต่ำกว่า investment grade 1 ขั้น) / หุ้นกู้ BBB− (แตะ investment grade ขั้นต่ำสุด) แนวโน้ม Stable เมื่อ 9 มี.ค. 2569
  • เลิกปล่อยสินเชื่อคุณภาพต่ำสุด: หยุดปล่อยสินเชื่อรถทำเงินตั้งแต่ ส.ค. 2567 เข้มงวดสินเชื่อเช่าซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้ามากขึ้น

▼Risks — ความเสี่ยง

  • ประวัติหนี้เสียปี 2565–2566: ขาดทุนสุทธิ 2,275 ล้านบาทในปี 2566 จากพอร์ตรถทำเงิน/เช่าซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า — ความเสี่ยงย้อนกลับหากคุมคุณภาพลูกหนี้ใหม่ไม่ได้
  • NPL รวมยังสูง: 17.17% (สิ้นปี 2568) แม้ลดลงต่อเนื่อง แต่สูงกว่ากลุ่มไฟแนนซ์ผู้บริโภคไทยรายใหญ่ (MTC/SAWAD/THANI) มาก
  • พึ่งพา SINGER เป็นแหล่งเงินทุนหลัก: เงินกู้จาก SINGER คิดเป็น 80.35% ของหนี้ที่มีดอกเบี้ยทั้งหมด (สิ้นปี 2568) มูลค่าราว 6,273 ล้านบาท อยู่ระหว่างเจรจาขยายวันชำระคืน — ความเสี่ยงกระจุกตัว related-party
  • ราคารีเรตขึ้นแรงเร็วกว่าพื้นฐาน: P/BV จาก 0.71x (สิ้นปี 2568) เป็น 1.34x (ปัจจุบัน) ในไม่กี่เดือน ขณะ ROE ยังต่ำ 8.13% — implied ROE ที่ตลาดฝังไว้ (~12.2%) ราว 1.5 เท่าปัจจุบัน หากฟื้นตัวไม่ทันคาด ราคาเสี่ยงปรับฐานแรง
  • ไม่มีนักวิเคราะห์ติดตามครอบคลุม: Settrade.com แสดง 0 broker ให้คำแนะนำ — ข้อมูลอ้างอิงตลาดจำกัด สภาพคล่องข่าวสารต่ำ ผันผวนสูง
  • พอร์ต Locked Phone กระจุกตัวในสินค้าเสื่อมค่าเร็ว: หลักประกันเป็นโทรศัพท์มือถือมูลค่าลดลงไว หากมาตรการล็อคเครื่องมีช่องโหว่ ความเสียหายอาจสูงกว่าคาด
8

สรุปภาพรวม

ราคาซื้อขายสูงกว่ามูลค่าเหมาะสมมาก — ยังไม่มี Margin of Safety

SGC ฟื้นตัวจากวิกฤตหนี้เสียปี 2566 ได้จริง (ขาดทุน 2,275 ล้านบาท → กำไร 350 ล้านบาทในปี 2568) และมีเรื่องราวเติบโตที่น่าสนใจจากสินเชื่อ Locked Phone ที่ NPL ต่ำเพียง ~2% แต่ราคาหุ้นที่วิ่งขึ้นกว่าเท่าตัวในรอบ 5 เดือนที่ผ่านมาได้สะท้อนสมมติฐานการเติบโต/ฟื้นตัวที่ยังไม่มีหลักฐานยืนยันครบในงบย้อนหลัง — ROE ปัจจุบัน (8.13%) ยังต่ำกว่าต้นทุนทุนที่ประเมิน (~10%) มาก ขณะที่ราคาตลาดกำลังฝังสมมติฐาน ROE ที่ต้องขยับขึ้นไปราว 12% เพื่อให้สมเหตุผลกับราคาปัจจุบัน และ NPL รวมยังอยู่ในระดับสูง (17.17%) เทียบกับกลุ่มไฟแนนซ์ผู้บริโภคไทยรายใหญ่

มูลค่าเหมาะสม
฿0.88 (฿0.87–฿0.89)
ส่วนต่างจากราคา
MOS ~ −86%
เป้านักวิเคราะห์ 12 ด.
ไม่มีข้อมูล
กลยุทธ์: ผู้ที่สนใจควรรอสัญญาณคุณภาพพอร์ตดีขึ้นชัดเจนกว่านี้ (NPL ต่ำกว่า ~12% และ ROE ยืนเหนือ 10% ต่อเนื่องหลายไตรมาส) หรือรอราคาปรับฐานลงมาใกล้โซน MOS 20–30% (฿0.70–฿0.62) ก่อนพิจารณาสะสม — ไม่แนะนำไล่ราคาที่ระดับปัจจุบันซึ่งไม่มี margin of safety รองรับความเสี่ยงด้านคุณภาพสินเชื่อที่เคยเกิดขึ้นจริงมาแล้ว
คำเตือน: รายงานนี้จัดทำเพื่อการศึกษาและเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์ ตัวเลข valuation อิงสมมติฐานที่อาจคลาดเคลื่อน โดยเฉพาะ P/E เป้าหมาย, อัตราเติบโต (g), ผลตอบแทนที่ต้องการ (r) และ ROE ในอนาคต ราคาหุ้นมีความผันผวนสูง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและพิจารณาความเสี่ยงของตนเองก่อนตัดสินใจ • ราคา ณ 24 ก.ย. 2569 จาก Yahoo Finance (ตรงกับ StockAnalysis.com) • ข้อมูลงบการเงิน/อัตราส่วน/BVPS จาก StockAnalysis.com (bkk/SGC) • ข้อมูลปี 2565–2568, โครงสร้างผู้ถือหุ้น และความสัมพันธ์กับ SINGER จากเอกสารสรุปกิจการ SGC จัดทำโดย Bluebell Group Holdings (มี.ค. 2569, ข้อมูล ณ 31 ธ.ค. 2568 และไตรมาส 1/2569) • บริบทข่าวเหตุการณ์ปี 2566 จาก Kaohoon และ Bangkokbiznews • เป้านักวิเคราะห์จาก Settrade.com (ไม่มีบทวิเคราะห์ครอบคลุม ณ ส.ค. 2569) • ตัวคูณ P/E กลุ่มไฟแนนซ์ผู้บริโภคไทย (MTC/SAWAD/THANI) จาก StockAnalysis.com ณ 21 ก.ย. 2569 • ประวัติปันผลจาก StockAnalysis.com