ราคาปรับตัวจากจุดต่ำสุดในรอบปีที่ ฿0.99 (ม.ค. 2569) ขึ้นแรงตั้งแต่ พ.ค.–ก.ค. 2569 แตะจุดสูงสุด ฿1.89 (ก.ค. 2569) หลังประกาศกำไรไตรมาส 1/2569 โต +136% YoY แตะ 420.77 ล้านบาท จากต้นทุนการเงินที่ลดลงและธุรกิจ Locked Phone เริ่มสร้างกำไร ก่อนย่อลงเล็กน้อยมาปิดที่ ฿1.88 — รวมผลตอบแทนรอบปี +45.7%
วิธี P/E (เทียบเฉลี่ยกลุ่มไฟแนนซ์ไทย) ให้ FV สูงกว่าที่ ฿1.79 ขณะที่ Justified P/BV (ผูกกับ ROE ปัจจุบันที่ต่ำกว่าต้นทุนทุน) ให้ FV ต่ำกว่าที่ ฿1.30 — สองวิธีเป็นคนละตระกูล (ไม่ได้ใช้ (r,g) ชุดเดียวกัน) เฉลี่ยได้ ฿1.55 กรอบ ฿1.30–฿1.79 ราคาปัจจุบัน ฿1.88 จึงแพงกว่ากรอบบนของทั้งสองวิธี — สอดคล้องกับที่หุ้นเทรดจริงที่ P/BV 1.09x สูงกว่า Justified P/BV 0.75x ค่อนข้างมาก
ราคาปัจจุบันอยู่เหนือกรอบบนของ Fair Value (฿1.79 จากวิธี P/E) แล้ว — ไม่มี sell-side consensus target เผยแพร่สำหรับ SCAP ในแหล่งที่ตรวจ (StockAnalysis/Yahoo แสดงเป้า = n/a) จึงใช้กรอบบน FV จากวิธี P/E เป็นตัวแทนเส้นอ้างอิงบนกราฟแทนเป้านักวิเคราะห์
สำหรับบริษัทสินเชื่อ กำไรพังจากหนี้เสียก่อนพังจากรายได้เสมอ — สมมติฐานทั้ง 3 ฉากผูกกับทิศทาง NPL/credit cost เป็นหลัก ไม่ใช่การปรับ growth ลอย ๆ อ้างอิงตัวเลขจริงจาก MD&A ไตรมาส 1/2569 ของบริษัท: NPL ratio 5.43% (สูงกว่าเป้าบริหาร <3% ที่เคยให้ไว้ และยังไต่ขึ้น +12.4% YoY) ขณะที่ credit cost annualized ~5.0% กลับลดลง -21.0% YoY — Base case จึงไม่สมมติว่า NPL กลับสู่เป้า <3% เร็ว ๆ นี้ (ไม่มีหลักฐานสนับสนุน) แต่ให้ทรงตัวใกล้ระดับปัจจุบันแทน ตัวเลขในตารางเป็นการประมาณจาก EPS growth + P/E ไม่ใช่โมเดล credit-loss เต็มรูปแบบ
SCAP เป็นบริษัทสินเชื่อในเครือศรีสวัสดิ์ (SAWAD ถือหุ้น 72.05% ณ 8 พ.ค. 2569 เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ที่มีอำนาจควบคุม) มีพอร์ตสินเชื่อจำนำทะเบียน/ส่วนบุคคลเป็นแกนหลัก และกำลังขยายธุรกิจ Locked Phone (จำนำมือถือ) ที่ให้ยิลด์สูง กำไรไตรมาส 1/2569 โต +136% YoY จากต้นทุนการเงินที่ลดลงและ credit cost ที่ลดลง -21.0% YoY แต่ NPL ratio จริง (5.43% ณ Q1/2569 ตาม MD&A บริษัท) สูงกว่าเป้าบริหาร <3% ที่เคยให้ไว้และยังไต่ขึ้นต่อเนื่อง ROE ปัจจุบัน (~10.0%) ยังต่ำกว่าต้นทุนทุนที่ประเมิน (~12%) ทำให้มูลค่าเหมาะสมด้วยวิธี Justified P/BV ต่ำกว่าราคาตลาดค่อนข้างมาก ขณะที่ราคายังสูงกว่ากรอบบนของวิธี P/E เทียบกลุ่มไฟแนนซ์ไทยด้วย ความเสี่ยงหลักคือคุณภาพหนี้ที่ยังไม่นิ่งและเพดานดอกเบี้ยที่จำกัด NIM ของทั้งเซกเตอร์