ราคาเริ่มกราฟที่ ฿8.0 (ต.ค. 68) ไหลลงมาต่ำสุดที่ ฿7.1 (ธ.ค. 68) จากความกังวลมาร์จิ้นค้าปลีกน้ำมันถูกกดจากกองทุนน้ำมัน แล้วดีดขึ้นแรงไปแตะสูงสุด ฿9.95 (ก.พ. 69) ก่อนไหลกลับลงมาแกว่งตัว ฿7.3–8.65 (พ.ค.–ส.ค. 69) และฟื้นขึ้นมาปิดปลายกราฟ (ก.ย. 69) ที่ ฿8.25
FV = (P/E ฿11.80 + ค่าเฉลี่ย DDM/P-BV ฿6.14) ÷ 2 — มีเพียง 2 ตระกูลอิสระ (P/E ที่วัดจากประวัติ กับ DDM/P-BV ที่ r/g ชุดเดียว) จึงเป็นการประเมินตระกูลน้อย และขา P/E พึ่ง EPS normalized (฿0.59) ที่สูงกว่า TTM (฿0.23) มาก · ความไว: ถ้า P/E ใช้ 14.4x FV ≈ ฿7.32 (ราคาตลาดแพงกว่า FV ราว 18%) · เป้านักวิเคราะห์ไม่ใช่ขาของ FV ใช้เป็นบริบทเท่านั้น
ราคาปัจจุบัน ฿8.25 อยู่ใกล้ Fair Value ฿8.97 (กรอบ ฿6.01–฿11.80) และต่ำกว่าเป้าเฉลี่ยนักวิเคราะห์เล็กน้อย (Buy, 9 ราย) ซึ่งอิงมุมมอง non-oil เติบโต — ค่าเฉลี่ย FV กว้างเพราะสองตระกูลห่างกัน (P/E สูง, DDM ต่ำ)
สมมติฐานทุกฉากอิง ค่าการตลาดน้ำมันต่อลิตร + ปริมาณขาย เป็นตัวขับกำไรฝั่งออยล์ (ไม่ใช่ growth ลอย ๆ) และสัดส่วนกำไรขั้นต้น non-oil (ปัจจุบัน 37.1% เป้าปี 2569 ที่ 40-45%) เป็นตัวขับ P/E ที่ตลาดยอมจ่าย — ยิ่ง non-oil โตเร็ว P/E เป้าหมายยิ่งขยับขึ้นตามความเสี่ยงเชิงนโยบายที่ลดลง
PTG เป็นผู้ค้าปลีกน้ำมันเบอร์ 2 ของไทย แต่ธุรกิจออยล์มีมาร์จิ้นบางมากและถูกกำกับโดยกองทุนน้ำมัน/เพดานค่าการตลาด ทำให้กำไรอ่อนไหวต่อนโยบายมากกว่าราคาน้ำมันโลก ตัวขับการเติบโตจริงตอนนี้คือ non-oil (กาแฟพันธุ์ไทย/Max Mart/LPG) ที่มาร์จิ้นสูงกว่าและกำลังขยายสัดส่วนกำไรขั้นต้นจาก 37.1% สู่เป้า 40-45% ในปี 2569 ที่ราคาปัจจุบัน ฿8.25 ตลาดให้ราคาใกล้ Fair Value เฉลี่ย ฿8.97 แต่ FV พึ่งขา P/E บน EPS normalized ฿0.59 ขณะที่ EPS TTM เหลือเพียง ฿0.23 จึงต้องรอหลักฐานว่ากำไรฟื้นจริง