NASDAQ: OUST Lidar / Sensing Technology Autonomous & Robotics Perception

Ouster, Inc. (OUST)

Digital Lidar Sensors • Autonomous Vehicles • Industrial Automation • Smart Infrastructure & Robotics
$45.13(OUST)
▲ +66.8% (รอบปี)
ราคา ณ 11 ส.ค. 2569 (StockAnalysis.com, ใกล้เคียง Google Finance <1%)
กรอบ 52 สัปดาห์ $16.40 – $63.79
ที่มา: StockAnalysis.com, Google Finance, Yahoo Finance
2026-08-08อัปเดต
1

ข้อมูลสำคัญ (Key Metrics)

TTM ถึง Q1 FY2026 · StockAnalysis.com
Market Cap
$2.79B
63.67M หุ้น (diluted)
รายได้เติบโต YoY (FY2025)
+52.5%
$111M → $169M
P/S (TTM)
~15.1x
Mkt Cap ÷ รายได้ TTM $185M
เงินสดสุทธิ
$155.6M
รันเวย์ ~2.5 ปีที่ burn rate ปัจจุบัน
ขาดทุนสุทธิ TTM
−$55.8M
Margin −30.1%
EPS (TTM)
−$0.95
ดีขึ้นจาก −$2.08 (FY2024)
FCF (TTM)
−$69.3M
ยังไม่ self-funding
ROE (TTM)
−20.8%
ขาดทุนสุทธิกดผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
รายได้ TTM
$185M
+57.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (TTM)
49.0%
เพิ่มจาก 36.4% (FY2024)
เงินปันผล
0%
ไม่จ่ายปันผล — เน้นลงทุนเติบโต
EV/Gross Profit (TTM)
~29.1x
พรีเมียมสูง สะท้อนคาดหวังเติบโต
2

ราคาย้อนหลัง ~1 ปี

โดยประมาณ
ราคา OUST มูลค่าเหมาะสม $30.72 จุดสำคัญ

ราคาปรับตัวลงต่อเนื่องจาก $28.53 (ส.ค. 2568) สู่จุดต่ำสุดรอบปีที่ $18.37 (มี.ค. 2569) ตามภาวะหุ้นเติบโต-ขาดทุนที่ถูกกดดันจากอัตราดอกเบี้ย/ความกังวลสภาพคล่อง ก่อนพลิกกลับแรงหลังผลประกอบการดีขึ้นและกระแส physical-AI/หุ่นยนต์ที่ร้อนแรง ดันราคาพุ่งขึ้นกว่า 3 เท่าตัวสู่จุดสูงสุดรอบปีที่ $62.52 (มิ.ย. 2569) ก่อนย่อตัวลงมาซื้อขายที่ $41.26 ในปัจจุบัน — ผลตอบแทนรวมรอบปี +44.6% แต่ความผันผวนระหว่างทางสูงมาก (สวิงจากจุดต่ำสุดสู่สูงสุดกว่า 240%)

3

การประเมินมูลค่า (Valuation)

เฉลี่ย 2 วิธี — EPS ติดลบ ตัดวิธี P/E/DDM ออก
1. EV/Sales (Forward, Growth-Adjusted)
รายได้คาดการณ์ล่วงหน้า 12 เดือน (NTM) ~$240M (โตต่อ ~30%/ปีจากฐาน TTM $185M ชะลอจาก YoY 57%) × EV/Sales เป้าหมาย ~8.5x (ลดจากมัลติเปิลปัจจุบัน ~14.2x สะท้อนการชะลอโต เทียบเคียงกลุ่ม HSAI/INVZ/AEVA/LAZR) + เงินสดสุทธิ $155.6M ÷ หุ้นคาดการณ์ NTM ~71.9M หุ้น (รวม dilution ~13%/ปี)
$30.52
2. EV/Gross Profit (Current)
กำไรขั้นต้น TTM $90.6M (มาร์จิ้น 49%) × EV/Gross Profit เป้าหมาย ~20x (ลดจากมัลติเปิลปัจจุบัน ~29.1x สะท้อนการ normalize) + เงินสดสุทธิ $155.6M ÷ หุ้นปัจจุบัน 63.67M หุ้น (มุมมอง ณ ปัจจุบัน ไม่รวม dilution ล่วงหน้า)
$30.91
มูลค่าเหมาะสมเฉลี่ย (Fair Value)
กรอบ $30.52 – $30.91
$30.72

ทั้งสองวิธีให้ค่าใกล้เคียงกันเพราะยึดหลักการเดียวกัน: ลดมัลติเปิลปัจจุบันที่สูง (EV/Sales TTM ~14.2x, EV/Gross Profit TTM ~29.1x) ให้ต่ำลงมาสะท้อนการชะลอโตและความไม่แน่นอนของเส้นทางสู่กำไร ก่อนบวกเงินสดสุทธิ ~$155.6M กลับเข้าไป EPS ยังติดลบ ($−0.95 TTM) จึงตัดวิธี P/E และ DDM ออกทั้งคู่ (ไม่มีความหมายเมื่อกำไร/ปันผล = ไม่มี) เป้าหมายนักวิเคราะห์เฉลี่ย $46.86 (Strong Buy) และ DCF-to-breakeven ใช้เป็นแค่จุดอ้างอิงเพิ่มเติม ไม่ใช่วิธีหลัก เพราะอิงสมมติฐานเส้นทางกำไรที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง

4

ราคาปัจจุบัน vs โซนต่างๆ

ปัจจุบัน $45.13
เหมาะสม $30.72
$21.50
MOS 30%
$24.58
MOS 20%
$30.72
Fair Value
$30.91
กรอบบน FV
$46.86
เป้าเฉลี่ย Analyst

ราคาปัจจุบัน $41.26 อยู่เหนือมูลค่าเหมาะสมแบบ bottom-up ($30.72) ไปมาก แต่ยังต่ำกว่าเป้าเฉลี่ยของนักวิเคราะห์ $46.86 (Strong Buy) — สะท้อนช่องว่างมุมมองระหว่างฝั่ง sell-side ที่มองบวกกับเรื่องราวการเติบโตระยะยาว กับมุมมองอนุรักษ์นิยมแบบ bottom-up ที่ให้น้ำหนักกับผลประกอบการที่ยังขาดทุนจริงในปัจจุบันมากกว่า

5

Margin of Safety (ส่วนเผื่อความปลอดภัย)

−47%
ไม่มี Margin of Safety (ราคาแพงกว่ามูลค่าเหมาะสมตามมุมมอง bottom-up ~34%)
ราคาวิ่งนำหน้าธุรกิจไปมากหลังรีบาวด์ 240%+ จากจุดต่ำสุด นักลงทุนเชิง value ควรรอสะสมใกล้/ต่ำกว่าโซน MOS 20-30% หรือรอให้ผลประกอบการ (เส้นทางสู่กำไร) วิ่งตามราคาทันก่อน
จุดซื้อ MOS 20%
$24.58
โซนน่าสนใจสำหรับ value
จุดซื้อ MOS 30%
$21.50
โซนถูกมาก (deep value)
โซนเริ่มทยอยสะสม
< $30.72
ใกล้/ต่ำกว่ามูลค่าเหมาะสม
6

คาดการณ์ผลตอบแทน 3 ปี

จากจุดเข้า $41.26 • EPS ฐาน (TTM) ~−$0.95 • ไม่มีปันผล • ราคาเป้าคำนวณจาก revenue path × exit EV/Sales (ไม่ใช่ EPS×P/E — ดูหมายเหตุด้านล่าง)
Bearรายได้ +15%/ปี
$12.14
−70.6% (3 ปี, ≈−33.4%/ปี)
  • EPS ปี 3 (โมเดล)~−$0.69
  • P/E ออก (อ้างอิง)20x
  • ปันผลรวม 3 ปี$0
  • สถานการณ์โตชะลอเหลือ organic ~15%/ปี, GM หยุดที่ ~40%, แข่งขันราคาจากผู้เล่นจีนกดมาร์จิ้น, ตลาด de-rate multiple แรง
Baseรายได้ +30%/ปี
$38.82
−5.9% (3 ปี, ≈−2.0%/ปี)
  • EPS ปี 3 (โมเดล)~−$0.26
  • P/E ออก (อ้างอิง)35x
  • ปันผลรวม 3 ปี$0
  • สถานการณ์โตต่อเนื่อง organic ~30%/ปี (decay จาก FY24-25 33-52%), GM ไต่สู่ ~50%, ใกล้จุดคุ้มทุนแต่ยังไม่ถึง
Bullรายได้ +42%/ปี
$77.65
+88.2% (3 ปี, ≈+23.1%/ปี)
  • EPS ปี 3 (โมเดล)~−$0.09
  • P/E ออก (อ้างอิง)45x
  • ปันผลรวม 3 ปี$0
  • สถานการณ์robotics/physical-AI capex cycle หนุนดีมานด์แรง GM ทะลุ 50%+ ใกล้ breakeven FCF ก่อน EPS พลิกบวก

OUST ยังขาดทุนสุทธิระดับบริษัท คอลัมน์ "EPS ปี 3"/"P/E ออก" ข้างต้นเป็นตัวเลขอ้างอิงเชิงบัญชีเท่านั้น (ไม่ใช่ตัวขับเคลื่อนราคาเป้าโดยตรง) — ราคาเป้าจริงคำนวณจาก รายได้ปีที่ 3 × exit EV/Sales (Bear 4x / Base 8x / Bull 11x) + เงินสดสุทธิที่คาดการณ์ ÷ จำนวนหุ้นปีที่ 3 (รวม dilution ~8-15%/ปี ตามสถานการณ์) ตามระเบียบวิธีสำหรับหุ้นก่อนมีกำไรที่ EPS ยังติดลบ ผลตอบแทน Base ที่ติดลบเล็กน้อยสะท้อนว่าราคาปัจจุบันได้ปรับรับการเติบโตแบบ organic ไปมากแล้ว

7

ปัจจัยบวก & ความเสี่ยง

Catalysts — ปัจจัยหนุน

  • Digital lidar architecture: เซนเซอร์ solid-state ไม่มีชิ้นส่วนเคลื่อนไหว ต้นทุนต่ำกว่า/ทนทานกว่า lidar เชิงกลของคู่แข่งบางราย
  • กระจายตลาดปลายทาง: industrial automation, smart infrastructure/robotics, automotive — ลดความเสี่ยงพึ่งพาลูกค้า/โปรแกรมเดียวเทียบ pure-play robotaxi lidar
  • Gross margin inflection: GM ไต่จาก 36.4% (FY2024) → 49.3% (FY2025) → 49.0% (TTM) ใกล้เป้าบริหารที่ >50%
  • Physical-AI/robotics tailwind: วงจร capex หุ่นยนต์อุตสาหกรรม คลังสินค้า และ ADAS หนุนดีมานด์ lidar ราคาถูกลง
  • สภาพคล่องแข็งแรง: เงินสดสุทธิ ~$155.6M ให้รันเวย์ ~2.5 ปีโดยไม่ต้องระดมทุนในเงื่อนไขกดดัน
  • มุมมองนักวิเคราะห์บวก: Consensus "Strong Buy" เป้าเฉลี่ย 12 เดือน $46.86 สูงกว่าราคาปัจจุบัน

Risks — ความเสี่ยง

  • ขาดทุน/burn ต่อเนื่อง: ขาดทุนสุทธิ TTM −$55.8M, FCF −$69.3M ธุรกิจยังไม่ self-funding
  • Dilution: หุ้นเพิ่มจาก 46.6M (FY2023) → 63.67M (ปัจจุบัน) ~+37% ใน ~2-3 ปี มีแนวโน้มระดมทุนเพิ่มก่อนถึงจุดคุ้มทุน
  • Valuation ตึงตัวสำหรับหุ้นขาดทุน: ราคา +129% จากจุดต่ำสุดรอบปี เทรดที่ ~15x P/S TTM และ ~29x EV/Gross Profit — การชะลอโตหรือตลาด risk-off อาจกด multiple แรง (52wk low $16.4 เคยเกิดขึ้นมาแล้ว)
  • แข่งขันจากผู้ผลิต lidar จีน: เช่น Hesai, RoboSense กดราคาขายและมาร์จิ้นทั่วทั้งอุตสาหกรรม
  • ฐานรายได้ปนควบรวม: YoY +103% ปี FY2023 ส่วนใหญ่มาจากการควบรวม Velodyne (~ก.พ. 2023) ไม่ใช่ organic — อัตราโตแท้จริง (FY24-25 ~33-52%) อาจชะลอต่อเมื่อฐานใหญ่ขึ้น
  • Customer/program concentration: พึ่งพาลูกค้ารายใหญ่/โปรแกรม design-win จำนวนจำกัด การเสียโปรแกรมสำคัญกระทบรายได้ไม่สมส่วน
8

สรุปภาพรวม

หุ้นเก็งกำไรกลุ่ม Robotics/Lidar — ธุรกิจกำลังดีขึ้นจริง แต่ราคาวิ่งนำหน้าไปมากแล้ว

OUST เป็นผู้เล่น digital lidar ที่รายได้โตเร็ว (TTM +57.3% YoY) และ gross margin กำลังไต่ระดับ (36%→49%) อย่างชัดเจน แต่ธุรกิจยังขาดทุนสุทธิและเผาเงินสดต่อเนื่อง ราคาที่พุ่งขึ้น +129% จากจุดต่ำสุดรอบปี (แรงหนุนจากกระแส physical-AI/หุ่นยนต์) ทำให้ valuation วิ่งนำหน้าปัจจัยพื้นฐานไปมาก — มูลค่าเหมาะสมแบบ bottom-up ($30.72) ต่ำกว่าราคาปัจจุบันเกือบ 34% แม้จะยังต่ำกว่าเป้าเฉลี่ยนักวิเคราะห์ที่ $46.86 ก็ตาม เหมาะสำหรับนักลงทุนที่เชื่อในธีม physical-AI/robotics ระยะยาวและรับความผันผวนได้สูง ไม่ใช่จังหวะที่เหมาะสำหรับการเข้าลงทุนเชิง value ณ ราคาปัจจุบัน

มูลค่าเหมาะสม
$30.72 ($30.52–$30.91)
ส่วนต่างจากราคา
MOS ~ −34.3%
เป้านักวิเคราะห์ 12 ด.
~$46.86 (Strong Buy)
กลยุทธ์: รอจังหวะย่อตัวเข้าใกล้โซน MOS 20-30% ($24.58–$21.50) หรือรอให้ผลประกอบการ (เส้นทางสู่ breakeven) วิ่งตามราคาทันก่อนพิจารณาสะสมเพิ่ม — ไม่แนะนำไล่ราคาที่ระดับปัจจุบันเชิง value แม้ระยะยาวจะยังมองบวกกับธีมธุรกิจ
คำเตือน: รายงานนี้จัดทำเพื่อการศึกษาและเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์ ตัวเลข valuation อิงสมมติฐานที่อาจคลาดเคลื่อน โดยเฉพาะ EV/Sales และ EV/Gross Profit เป้าหมาย, อัตราเติบโตรายได้ (g), เส้นทางสู่จุดคุ้มทุน และอัตรา dilution ในอนาคต ราคาหุ้นมีความผันผวนสูงมาก (หุ้นกลุ่มเติบโต-ขาดทุน) ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและพิจารณาความเสี่ยงของตนเองก่อนตัดสินใจ • ราคา ณ 11 ส.ค. 2569 จาก StockAnalysis.com (cross-check กับ Google Finance และ Yahoo Finance ตรงกันในช่วง <2%) • ข้อมูลงบการเงิน/ประมาณการจาก StockAnalysis.com (งวด TTM/FY2025/FY2024) • YoY FY2023 +103% ส่วนใหญ่มาจากการควบรวม Velodyne (~ก.พ. 2566) ไม่ใช่ organic growth ใช้ FY2024-2025 เป็นฐานอ้างอิงแทน