SET: NEO ของใช้ในครัวเรือน ความงามและของใช้ส่วนตัว

NEO Corporate (นีโอ คอร์ปอเรท) (NEO)

Fineline • Smart • Tomi • D-nee • BeNice • Eversense • สินค้าอุปโภคใช้ในบ้าน / ดูแลส่วนบุคคล / เด็ก / สัตว์เลี้ยง
฿22.70(NEO)
▲ +22.7% (รอบปี)
ราคา ณ 25 ก.ย. 2569
กรอบ 52 สัปดาห์ ฿15.70 – ฿25.50
ที่มา: StockAnalysis.com, Yahoo Finance, ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)
2026-09-21อัปเดต
1

ข้อมูลสำคัญ (Key Metrics)

9 แบรนด์ครองอันดับ 1-3 ในหมวดตัวเอง (BrandBuffet, พ.ย. 2566) — ยังไม่พบตัวเลขส่วนแบ่งตลาด % อย่างเป็นทางการเทียบคู่แข่งข้ามชาติ
Market Cap
฿6.81 พันล้าน
~300.0 ล้านหุ้น · 300 ล้านหุ้น
P/E (TTM)
12.9x
EPS TTM ฿1.76 · (กำไรสุทธิ TTM ฿529 ล้าน) — สูงกว่ามัธยฐานกลุ่ม FMCG เล็กน้อย
P/E มัธยฐาน ~5 ปี
12.7x
มัธยฐานย้อนหลัง · OSP 13.2x · SAPPE 12.0x · ICHI 13.1x · DOD 12.3x — ไม่ใช้ P/E เฉลี่ยของ NEO เอง (ประวัติจดทะเบียนสั้น)
P/BV
1.34x
BVPS ฿16.93 · BVPS ~฿16.93 (ประมาณจาก Debt ÷ D/E TTM)
กำไรสุทธิ FY2568
฿562 ล้าน
ทั้งปีบัญชี · −44.3% YoY (จาก ฿1,008 ล้าน ปี 2567)
EPS (TTM)
~฿1.76
IFRS · EPS FY2568 ฿1.87 (เทียบ FY2567 ฿3.60 — มาร์จิ้นหดตัวต่อเนื่อง)
BVPS
~฿16.93
มูลค่าทางบัญชีต่อหุ้น · ประมาณจาก Debt ÷ D/E (ไม่มี BVPS ตรงในแหล่งข้อมูล)
ROE (TTM) / Net Margin (TTM)
~10.7% / 4.6%
ROE ก่อน IPO (2564-65) เฉลี่ย ~32% เทียบไม่ได้ — ฐานทุนเพิ่มขึ้นกว่า 35% หลัง IPO
รายได้ TTM
฿11,423 ล้าน
+10.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น
37.6%
Gross margin · ลดจาก 45.3% ปี 2567 และ 42.7% ปี 2566
เงินปันผล
~5.53%
payout ~72% ของ EPS FY2568 (~77% ของ EPS TTM) — สูงเทียบ FCF ที่ติดลบ
Beta
0.75
ความผันผวนเทียบตลาด · *ประมาณการสำหรับหุ้น FMCG defensive ไทย (ยังไม่มี beta ที่เสถียรจากประวัติซื้อขายสั้น ~2.7 ปี)
2

ราคาย้อนหลัง ~1 ปี

โดยประมาณ
ราคา NEO มูลค่าเหมาะสม ฿31.15 จุดสำคัญ

ราคาหุ้น NEO เคลื่อนไหวในกรอบ ฿15.7–25.5 (ช่วง 52 สัปดาห์ ระหว่างวัน) โดยปิดรายเดือนต่ำสุด ฿16.7 ในเดือน พ.ย. 2568 ท่ามกลางความกังวลเรื่องมาร์จิ้นที่หดตัวต่อเนื่อง ก่อนฟื้นตัวแรงในช่วง ก.ค.–ก.ย. 2569 จนปิดรายเดือนล่าสุดสูงสุดของกราฟ ตามกระแสคาดการณ์กำไรฟื้นตัวและเงินปันผลระดับสูง (yield ~5.53%) NEO เป็นเจ้าของ 9 แบรนด์สินค้าอุปโภคไทย (Fineline, Smart, Tomi, D-nee, BeNice, Eversense, TROS, Vivite, LovliTails) ที่แข่งขันในตลาดซึ่งมีผู้เล่นข้ามชาติรายใหญ่ (เช่น Unilever, P&G, Kao) ครองส่วนแบ่งอยู่มาก รายได้หลักยังมาจากในประเทศ (>85%) ส่วนรายได้ส่งออกไปกลุ่ม CLMV และตะวันออกกลาง 16 ประเทศเป็นสัดส่วนน้อยกว่านั้น โดยบริษัทตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนส่งออกเป็น ~15% ของรายได้รวมภายใน 5 ปี ด้วยการเติบโตสองหลักทุกปี (ที่มา: neo-corporate.com, แผนกลยุทธ์ที่ประกาศ พ.ย. 2566 — ไม่พบตัวเลขสัดส่วนส่งออกปีปัจจุบันที่แจ้งแยกจากเป้าหมาย 5 ปีในแหล่งที่เข้าถึงได้)

3

การประเมินมูลค่า (Valuation)

เฉลี่ย 2 ตระกูล (2 วิธี)

เฉลี่ย 2 วิธี (ห่างกัน 1.79 เท่า — ไม่เกิน 2.0 เท่าตามเกณฑ์ dispersion gate จึงเฉลี่ยได้ · 2 ตระกูลอิสระ: P/E เทียบกลุ่ม และ Justified P/BV)

1. P/E Valuation (เทียบกลุ่ม FMCG)
EPS IFRS (TTM) ฿1.76 × P/E เป้าหมาย ~12.7x (ค่ากลางกลุ่มเทียบ)
฿22.35
2. Justified P/BV
P/BV เหมาะสม = (ROE 10.95% − g 3%)/(r 6.37% − g 3%) ≈ 2.36 × BVPS ฿16.93
฿39.95
มูลค่าเหมาะสมเฉลี่ยตามตระกูล (Fair Value)
กรอบ ฿22.35 – ฿39.95
฿31.15

ข้อจำกัดการเทียบย้อนหลัง (full disclosure): NEO เข้าตลาด SET เดือน ธ.ค. 2566 มีประวัติงบในฐานะบริษัทมหาชนเพียง ~2.7 ปี และโครงสร้างทุนเปลี่ยนแปลงมากหลัง IPO — จำนวนหุ้นเพิ่มจาก 222 ล้านหุ้น (2564-2566) เป็น 300 ล้านหุ้น (2567 เป็นต้นมา, +35%) ทำให้ ROE ช่วงก่อน IPO (2564: 38.5%, 2565: 24.9%, 2566: 42.2%) สูงกว่าช่วงหลัง IPO เต็มรอบปี (2568: 11.2%, TTM: 10.7%) มาก (ปี 2567: 30.9% ไม่นำมาใช้ เพราะฐานทุนเปลี่ยนมากภายในปีนั้น) จึงไม่นำ ROE/P/E ก่อน IPO มาใช้เป็นสมอในการประเมินมูลค่าเลย ใช้เฉพาะตัวคูณเทียบกลุ่ม (วิธีที่ 1) และ ROE เฉลี่ยหลัง IPO (วิธีที่ 2) แทน · Sensitivity: เนื่องจาก r−g = 3.37pp แคบกว่า 5pp วิธีที่ 2 ไวต่อ r มาก — หาก r ต่ำ/สูงกว่าอีก 0.5pp ค่าจะอยู่ในช่วง ฿46.90 (r 5.87%) – ฿34.78 (r 6.87%) · DCF ไม่นับเป็นขาอิสระ เพราะ FCF TTM ติดลบ (−฿1,527 ล้าน จากการลงทุนขยายกำลังผลิต) ไม่ผ่านเกณฑ์ต้องมี FCF TTM เป็นบวกก่อน · ทั้ง 2 วิธีต่างกัน 1.79 เท่า (≤2.0 เท่า) จึงเฉลี่ยตรงได้โดยไม่ต้องตกเป็นเพียง "บริบท" · ข้อควรระวัง (มี 2 ตระกูลอิสระ แต่ส่วนเผื่อทั้งหมดมาจากวิธีที่ 2): หากตัดวิธีที่ 2 ออก FV จะเหลือ ฿22.35 และตลาดเทรดสูงกว่า FV นั้น ~9% ส่วนวิธีที่ 2 ขึ้นกับ beta 0.75 ที่เป็นประมาณการของผู้วิเคราะห์เอง · เทียบเป็นบริบท (ไม่นับเป็นขาใน FV): EPS คาดการณ์ FY2026e ฿2.06 (ปีงบถัดไป ตาม StockAnalysis /forecast/) × 12.7x ≈ ฿26.2

4

ราคาปัจจุบัน vs โซนต่างๆ

ปัจจุบัน ฿22.70
เหมาะสม ฿31.15
฿21.80
MOS 30%
฿24.92
MOS 20%
฿26.30
เป้าเฉลี่ย Analyst
฿31.15
Fair Value
฿39.95
กรอบบน FV

ราคาปัจจุบัน ฿22.70 ต่ำกว่ามูลค่าเหมาะสม ฿31.15 และต่ำกว่าเป้าเฉลี่ยนักวิเคราะห์ ฿26.30 (Buy, n=4 สำนัก) ซึ่งเองก็ยังต่ำกว่า FV — ส่วนเผื่อความปลอดภัยที่เห็นมาจากขา Justified P/BV เป็นหลัก (ขา P/E เทียบกลุ่มให้ค่าต่ำกว่าราคาตลาด) จึงควรอ่านคู่กับความไวต่อ r ในหมวด 3

5

Margin of Safety (ส่วนเผื่อความปลอดภัย)

+27%
มี Margin of Safety ระดับพอควร แต่พึ่งสมมติฐานของขา Justified P/BV เป็นหลัก
ขา P/E เทียบกลุ่มให้ค่าต่ำกว่าราคาตลาด ส่วนขา Justified P/BV (ไวต่อ r/beta ที่เป็นสมมติฐาน) ดึง FV เฉลี่ยขึ้น — นักลงทุนที่เน้น value ควรรอโซน MOS 30% (฿21.80) หรือรอสัญญาณมาร์จิ้นฟื้นตัวชัดเจนจากงบไตรมาสถัดไปก่อนเพิ่มน้ำหนัก
จุดซื้อ MOS 20%
฿24.92
โซนน่าสนใจสำหรับ value
จุดซื้อ MOS 30%
฿21.80
โซนถูกมาก (deep value)
โซนเริ่มทยอยสะสม
< ฿31.15
ใกล้/ต่ำกว่ามูลค่าเหมาะสม
6

คาดการณ์ผลตอบแทน 3 ปี

จากจุดเข้า ฿22.70 • EPS ฐาน ~฿1.76 (TTM) • รวมปันผล
BearEPS −5%/ปี
฿15.10
−23% (−8%/ปี)
  • EPS ปี 3~฿1.51
  • P/E ออก10.0x
  • ปันผลรวม 3 ปี~฿2.40
  • สถานการณ์แข่งขันจากแบรนด์ข้ามชาติรุนแรงขึ้น ต้นทุนวัตถุดิบปิโตรเคมี/บรรจุภัณฑ์สูงต่อเนื่อง มาร์จิ้นไม่ฟื้น กำไรลดลงต่อเนื่อง ตลาดลดพรีเมียม P/E ปันผลถูกปรับลดตามกำไร
BaseEPS +15%/ปี
฿34.00
+72% (+20%/ปี)
  • EPS ปี 3~฿2.68
  • P/E ออก12.7x
  • ปันผลรวม 3 ปี~฿5.05
  • สถานการณ์มาร์จิ้นทยอยฟื้นจากจุดต่ำสุด TTM ตามการควบคุมต้นทุนและสัดส่วนสินค้ามาร์จิ้นสูงเพิ่มขึ้น รายได้โตต่อเนื่อง high-single-digit ทั้งในและต่างประเทศ เทรดที่ P/E ใกล้มัธยฐานกลุ่ม FMCG
BullEPS +25%/ปี
฿51.60
+154% (+36%/ปี)
  • EPS ปี 3~฿3.44
  • P/E ออก15.0x
  • ปันผลรวม 3 ปี~฿6.00
  • สถานการณ์ส่วนแบ่งตลาดในประเทศเพิ่มต่อเนื่องจากแบรนด์หลัก (Fineline/Smart/Tomi/BeNice) ส่งออกอาเซียน/ตะวันออกกลางเร่งตัวถึงเป้า 15% เร็วกว่าแผน มาร์จิ้นฟื้นเกินคาด ตลาดให้พรีเมียมสูงขึ้น (re-rating)

สมมติฐานอิง EPS ฐาน TTM ที่กดดันจากมาร์จิ้นหดตัว — Bear สมมติมาร์จิ้นไม่ฟื้นและตลาดลดพรีเมียม P/E, Base สมมติมาร์จิ้นทยอยฟื้นสู่ระดับใกล้มัธยฐานกลุ่ม FMCG, Bull สมมติมาร์จิ้นฟื้นเกินคาดพร้อม re-rating จากความสำเร็จส่งออก/ส่วนแบ่งตลาด · ปันผลประมาณจาก payout ratio ที่ปรับตามกำไรแต่ละ scenario (Bear ~50% · Base/Bull ~72%) · งบไตรมาสถัดไปคาดประกาศ 12 พ.ย. 2569 (ตาม StockAnalysis) เป็นจุดตรวจสอบสมมติฐานแรก

7

ปัจจัยบวก & ความเสี่ยง

▲Catalysts — ปัจจัยหนุน

  • แผนขยายส่งออก: ตั้งเป้าสัดส่วนรายได้ต่างประเทศ (CLMV + ตะวันออกกลาง 16 ประเทศ) แตะ ~15% ของรายได้รวมภายใน 5 ปี เติบโตสองหลักทุกปี (ที่มา: neo-corporate.com)
  • เครือข่ายจัดจำหน่ายในประเทศกว้าง: ครอบคลุม 150,000+ จุดขาย หนุนการต่อยอด/เปิดตัวสินค้าใหม่ใน 9 แบรนด์ที่มีอยู่
  • อันดับตลาดของแบรนด์หลัก: ทุกแบรนด์อยู่อันดับ 1-3 ของหมวดตัวเองตามรายงานสื่อ (BrandBuffet, พ.ย. 2566) แม้งบการตลาดจำกัดกว่าคู่แข่งข้ามชาติ — สัญญาณสนับสนุน thesis บางส่วน (ไม่มีตัวเลข % อย่างเป็นทางการยืนยัน)
  • โอกาสมาร์จิ้นฟื้นตัว: Gross margin TTM 37.6% ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปี (37.9-45.3%) มาก หากต้นทุนวัตถุดิบปิโตรเคมี/บรรจุภัณฑ์คลี่คลายมีช่องฟื้นตัวได้
  • เงินปันผลระดับสูง: yield ~5.53% ช่วยพยุงผลตอบแทนรวมระหว่างรอสัญญาณมาร์จิ้นฟื้น
  • งบไตรมาสถัดไป 12 พ.ย. 2569 (คาด): จุดตรวจสอบว่ามาร์จิ้นเริ่มฟื้นตามคาดหรือไม่

▼Risks — ความเสี่ยง

  • มาร์จิ้นหดตัวต่อเนื่องหลายปี: Gross margin 45.3%→37.6% (TTM), Net margin 10.0%→4.6% (TTM), กำไรสุทธิ FY2568 ลด −44.3% YoY — ยังไม่เห็นสัญญาณฟื้นชัดเจนในงบล่าสุด
  • กระแสเงินสดอิสระติดลบ + หนี้เพิ่ม: FCF ติดลบต่อเนื่องตั้งแต่ FY2567 (TTM −฿1,527 ล้าน) จากการลงทุนขยายกำลังผลิต เงินสดคงเหลือบางลงมาก (฿168 ล้าน TTM จาก ฿2,147 ล้านหลัง IPO) ขณะที่ D/E เพิ่มจาก 0.45 (2565) เป็น 0.78 (TTM)
  • ความยั่งยืนของเงินปันผล: payout ~72% ของ EPS FY2568 (~77% ของ EPS TTM) ขณะกำไรลดลงและ FCF ติดลบ — มีความเสี่ยงถูกปรับลดหากมาร์จิ้นไม่ฟื้น
  • แข่งขันกับแบรนด์ข้ามชาติงบการตลาดสูง: คู่แข่งอย่าง Unilever, P&G, Kao มีทรัพยากรการตลาด/R&D สูงกว่ามาก ในตลาด FMCG ไทยที่อิ่มตัว
  • พึ่งพาช่องทางค้าปลีกสมัยใหม่และตลาดในประเทศ: รายได้กว่า 85% ยังมาจากในประเทศ อำนาจต่อรองของ modern trade และการแข่งขันด้านราคาเป็นความเสี่ยงต่อเนื่อง
  • Free float และประวัติจดทะเบียนสั้น: IPO ธ.ค. 2566 (~2.7 ปี) สภาพคล่องซื้อขายอาจผันผวน และไม่มีประวัติผลประกอบการผ่านวัฏจักรเศรษฐกิจเต็มรอบให้อ้างอิง
8

สรุปภาพรวม

ถือ (Hold) — รอสัญญาณมาร์จิ้นฟื้นตัวชัดเจนก่อนเพิ่มน้ำหนัก

NEO เป็นเจ้าของแบรนด์สินค้าอุปโภคไทย 9 แบรนด์ที่ครองอันดับ 1-3 ในหมวดตัวเองตามรายงานสื่อ แต่หลักฐานเชิงตัวเลขที่ยืนยัน thesis "แย่งส่วนแบ่งจากข้ามชาติ" ยังจำกัด (ไม่มีตัวเลข % ส่วนแบ่งตลาดอย่างเป็นทางการจากบริษัทหรือ Nielsen ในแหล่งที่เข้าถึงได้) ด้านผลประกอบการ มาร์จิ้นหดตัวต่อเนื่องหลายปีจนกำไรสุทธิ FY2568 ลดลง 44% ขณะที่ FCF ติดลบต่อเนื่องจากการลงทุนขยายกำลังผลิต ที่ราคาปัจจุบัน ฿22.70 หุ้นเทรดต่ำกว่ามูลค่าเหมาะสมที่ประเมินได้ ฿31.15 (เฉลี่ย 2 วิธี: P/E เทียบกลุ่ม FMCG ~12.7x ซึ่งให้ค่าต่ำกว่าราคาตลาด และ Justified P/BV จาก ROE เฉพาะช่วงหลัง IPO ซึ่งให้ค่าสูงกว่ามาก) ส่วนเผื่อความปลอดภัยจึงขึ้นกับสมมติฐานของขา P/BV เป็นหลัก โอกาสของหุ้นขึ้นกับความสำเร็จของแผนส่งออกและการฟื้นตัวของมาร์จิ้น ซึ่งยังต้องรอการยืนยันจากงบไตรมาสถัดไป

มูลค่าเหมาะสม
฿31.15 (฿22.35–฿39.95)
ส่วนต่างจากราคา
MOS ~ +27%
เป้านักวิเคราะห์ 12 ด.
~฿26.30 (Buy · 4 ราย)
กลยุทธ์: นักลงทุนที่ถือหุ้นอยู่ — ถือรอสัญญาณมาร์จิ้นฟื้นจากงบไตรมาสถัดไป (คาดประกาศ 12 พ.ย. 2569) ก่อนตัดสินใจเพิ่ม/ลดสัดส่วน · นักลงทุนใหม่ — ราคาปัจจุบันอยู่ใกล้โซน MOS 20% (฿24.92) อยู่แล้ว แต่ FV พึ่งขา P/BV ที่ไวต่อ r จึงควรทยอยสะสมอย่างระมัดระวัง หรือรอโซน MOS 30% (฿21.80) เพื่อมีส่วนเผื่อมากขึ้นก่อนเข้าซื้อ · ติดตามอัตรากำไรขั้นต้น/สุทธิและความคืบหน้าสัดส่วนรายได้ส่งออกอย่างใกล้ชิด
คำเตือน: รายงานนี้จัดทำเพื่อการศึกษาและเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์ ตัวเลข valuation อิงสมมติฐานที่อาจคลาดเคลื่อน โดยเฉพาะ P/E เป้าหมาย, อัตราเติบโต (g), ผลตอบแทนที่ต้องการ (r) และ ROE ในอนาคต ราคาหุ้นมีความผันผวนสูง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและพิจารณาความเสี่ยงของตนเองก่อนตัดสินใจ • ราคา ณ 25 ก.ย. 2569 จาก StockAnalysis.com (ตรงกับ Yahoo Finance) • งบการเงินย้อนหลังจาก StockAnalysis.com/financials • ตัวคูณเทียบกลุ่ม FMCG (OSP/SAPPE/ICHI/DOD) จาก StockAnalysis.com/financials/ratios (FY2025 — ดึงรอบก่อน ตรวจซ้ำรอบนี้ไม่ได้เพราะถูก block) • ข้อมูลแบรนด์/แผนส่งออกจาก NEO Corporate IR (investor.neo-corporate.com, neo-corporate.com) และ BrandBuffet.in.th (พ.ย. 2566) • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทย 10 ปีจาก TradingEconomics (21 ก.ย. 2569) • Equity risk premium อ้างอิงระเบียบวิธี Damodaran 2026 edition • บริษัทเข้าตลาด SET ธ.ค. 2566 ประวัติงบในฐานะบริษัทมหาชนจึงสั้น (~2.7 ปี) — โปรดตรวจสอบตัวเลขล่าสุดจาก 56-1 One Report ฉบับปัจจุบันประกอบ