ราคาไต่ลงจาก ฿17.8 (ก.ย.68) สู่จุดต่ำสุดของกรอบที่ ฿15.0 (เม.ย.69) ตามความกังวลผลประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหว มี.ค.2568 ซึ่งดันค่าสินไหมทดแทนขึ้นและกดกำไรครึ่งปีแรก 2568 ลง 35.6% YoY ก่อนฟื้นตัวแรงในช่วง ก.ค.-ส.ค.2569 ขึ้นแตะ ฿18.0 (จุดสูงสุดของกรอบ 1 ปี) ตามผลประกอบการที่ทยอยฟื้นตัว (EPS TTM ขยับขึ้นเป็น ฿1.76 จากจุดต่ำ FY2025 ฿1.62) และแรงหนุนจาก dividend yield ที่สูงราว 4.5% ผลตอบแทนรวมรอบปีอยู่ที่ +1.1%
วิธี P/E ใช้ EPS TTM ที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่จากภัยพิบัติปี 2568 ให้ค่าระมัดระวังที่ ฿17.60 ขณะที่ Justified P/BV สะท้อน ROE ที่ยังสูงกว่าต้นทุนเงินทุน (r 10%) เล็กน้อยให้ค่าสูงกว่าที่ ฿20.24 — ค่าเฉลี่ย ฿18.92 ใกล้เคียงราคาตลาดปัจจุบัน (฿18) สะท้อนว่าตลาดตีราคาหุ้นได้ค่อนข้างเหมาะสมแล้วหลังปรับฐานจากปัจจัยภัยธรรมชาติ • กำไรจากการรับประกันภัย (underwriting) เป็นตัวขับเคลื่อนหลักของ ROE ข้างต้น ส่วนกำไรจากการลงทุน (investment income) เป็นองค์ประกอบเสริมที่ผันผวนตามตลาดตราสารหนี้/หุ้น จึงไม่ใช้เป็นฐานสมมติฐานเติบโตระยะยาว
ราคาปัจจุบัน ฿18 อยู่ใกล้กับมูลค่าเหมาะสม ฿18.92 มาก (ต่ำกว่าเพียง ~4.9%) และยังต่ำกว่ากรอบบน FV ที่ ฿20.24 — ไม่มีนักวิเคราะห์สถาบันติดตามหุ้นตัวนี้อย่างเป็นทางการ (StockAnalysis.com และ Yahoo Finance รายงานเป้าเป็น N/A ตรงกันทั้งสองแหล่ง) จึงใช้กรอบ FV จากการประเมินเองเป็นหลัก
Combined Ratio (loss ratio + expense ratio) เป็นตัวแปรกำหนดกำไรจากการรับประกันของ MTI โดยตรง — ต่ำกว่า 100% คือรับประกันแล้วมีกำไร บริษัทเคยรักษาระดับ ~92% (2565) และตั้งเป้าไม่เกิน 95% แต่ H1/2568 กำไรลดลง 35.6% YoY จากค่าสินไหมแผ่นดินไหวบ่งชี้ว่า CR ขยับขึ้นชั่วคราว ทั้ง 3 ฉากทัศน์จึงผูกทิศทาง EPS/P/E เข้ากับสมมติฐาน CR โดยตรงแทนการปรับ growth ลอยๆ
เมืองไทยประกันภัยเป็นผู้รับประกันวินาศภัยรายใหญ่ที่มีฐานะการเงินแข็งแกร่ง (D/E ~0.01 เท่า) และจ่ายปันผลสม่ำเสมอในระดับสูง (~4.5%) แต่ผลกำไรผันผวนตาม Combined Ratio ซึ่งได้รับผลกระทบหนักจากแผ่นดินไหว มี.ค.2568 ทำให้กำไรครึ่งปีแรกลด 35.6% YoY ล่าสุด EPS TTM เริ่มฟื้นตัวเป็น ฿1.76 บ่งชี้ CR กำลังกลับสู่ระดับเป้าหมาย ~94-95% ราคาปัจจุบัน ฿18 อยู่ใกล้เคียงมูลค่าเหมาะสม ฿18.92 มาก (MOS ~4.9%) ทำให้ upside ด้านราคาจำกัด ผลตอบแทนหลักในระยะสั้นจึงมาจากเงินปันผลเป็นหลัก