NASDAQ: MRNA ไบโอเทคและไปป์ไลน์ยา ยาต้นแบบและยาสามัญ

Moderna, Inc.

วัคซีน mRNA • Spikevax (โควิด) • mRESVIA (RSV) • intismeran autogene — วัคซีนมะเร็งเฉพาะบุคคลร่วมกับ Merck
$133.32(MRNA)
▲ +416.1% (รอบปี)
ราคา ณ 20 ส.ค. 2569 (Yahoo Finance, ตรงกับ StockAnalysis.com และ TradingView)
กรอบ 52 สัปดาห์ $22.28 – $176.66
ที่มา: Yahoo Finance, StockAnalysis.com, TradingView
2026-08-21อัปเดต
1

ข้อมูลสำคัญ (Key Metrics)

บริษัทขาดทุน — ไม่มี P/E / ROE ที่ใช้ได้
Market Cap
$53.22B
399.24M หุ้น
มูลค่ากิจการ (EV)
$47.61B
EV/Sales ~21.4x
รายได้ TTM
$2,228M
−27.6% YoY · ลดลง 4 ปีติด
อัตรากำไรขั้นต้น
−66.0%
TTM — ต้นทุนกำลังผลิตส่วนเกินยุคโควิด
ขาดทุนสุทธิ FY2025
−$2,822M
FY2024 −$3,561M · TTM −$3,151M
EPS (TTM)
−$8.01
FY2025 −$7.25 · คาดการณ์ล่วงหน้า −$4.58
เงินสด + เงินลงทุน
$6.90B
หนี้ $1.29B · สุทธิ $5.61B (Q2/2569)
FCF (TTM)
−$1,244M
FY2025 −$2,065M · เผาเงินสดต่อเนื่อง
เงินสดสุทธิ/หุ้น
$14.06
คิดเป็น 10.5% ของราคา
เป้านักวิเคราะห์
$89.33 (−33.0%)
n=18 · Hold — ค่าเฉลี่ยยังค้างก่อนข่าว
กรอบ 52 สัปดาห์
$22.28 – $176.66
จุดสูงทำเมื่อ 19–20 ส.ค. 2569
เงินปันผล
0%
ไม่จ่ายปันผล
2

ราคาย้อนหลัง ~1 ปี

โดยประมาณ
ราคา MRNA มูลค่าเหมาะสม $49.33 จุดสำคัญ

หุ้นลงไปทำจุดต่ำแถว $25–26 ช่วง ก.ย.–พ.ย. 2568 หลังรายได้โควิดหดต่อเนื่อง แล้วค่อย ๆ ฟื้นตลอดครึ่งแรกของปี 2569 ตามความคืบหน้าของไปป์ไลน์และการลดต้นทุน จุดเปลี่ยนคือ 19 ส.ค. 2569 ที่ Merck และ Moderna ประกาศผล Phase 3 INTerpath-001 ของ intismeran autogene ผ่านทั้งจุดยุติหลักและรอง — ราคาพุ่ง +177% ในวันเดียว ปิดที่ $174.38 ซึ่งเป็นวันที่ดีที่สุดในประวัติของหุ้น (ปริมาณซื้อขายสูงกว่าค่าเฉลี่ยราว 18 เท่า และทำให้ผู้ขายชอร์ตขาดทุนรวมประมาณ 5.5 พันล้านดอลลาร์) วันถัดมา 20 ส.ค. ราคาย่อแรง −23.5% มาปิดที่ $133.32 หลังเปิดที่ $150.14 และแตะสูงสุด $155 — สะท้อนว่าตลาดเองยังไม่ลงตัวว่าควรให้มูลค่าข่าวนี้เท่าไร

3

การประเมินมูลค่า (Valuation)

ขายึดตลาด 1 ขา + บริบท 1 ขา
1. EV/Sales เทียบกลุ่มแพลตฟอร์มไบโอเทค (ตัวคูณวัดจริง)
รายได้ TTM $2,228M × EV/Sales มัธยฐานกลุ่มเทียบเคียง 6.32x → EV $14,081M + เงินสดสุทธิ $5,613M ÷ 399.24M หุ้น — ตัวคูณวัดจริง ณ 20–21 ส.ค. 2569: BNTX 4.24x (แพลตฟอร์ม mRNA หลังโควิด กำลังหันไปอ็อนโคโลยี เหมือนกันที่สุด) · ALNY 6.32x (แพลตฟอร์ม RNAi มีกำไรแล้ว) · IONS 11.27x (แพลตฟอร์ม ASO ยังขาดทุน มูลค่าอยู่ที่ไปป์ไลน์)
$49.33
2. SOTP / rNPV อ็อนโคโลยี — บริบท (ไม่รวมในค่ากลาง)
rNPV ของ intismeran เฉพาะส่วนแบ่ง Moderna 50% $11.8B + ธุรกิจวัคซีนเดิม ~2x ยอดขาย TTM $4.5B + เงินสดสุทธิ $5.6B หักมูลค่าปัจจุบันของเงินสดที่ต้องเผาจนถึงจุดคุ้มทุน $3.2B ÷ 399.24M หุ้น — ตกกฎ 0.4d(a) เพราะ FCF TTM ติดลบ $1,244M จึงนับเป็นบริบทเท่านั้น ไม่ใช่ขาของ FV
$46.84
มูลค่าเหมาะสม (Fair Value)
กรอบ $37.72 – $76.95
$49.33

ทำไม FV จึงเป็นขาเดียว ไม่ใช่ค่าเฉลี่ย: กติกาของรีโปกำหนดว่า DCF/rNPV ที่มูลค่าขึ้นกับสิ่งที่บริษัทยังไม่เคยทำได้จริง จะนับเป็นขาอิสระได้ต่อเมื่อ FCF ล่าสุดเป็นบวก Moderna มี FCF TTM ติดลบ $1,244M และการเลื่อนสมมติฐานยอดขายสูงสุดข้ามช่วงที่เป็นไปได้ทำให้มูลค่าขยับเกิน 2 เท่า ⇒ ขา rNPV ตกชั้นเป็นบริบท และ headline ต้องมาจากตัวคูณที่วัดจริงในตลาด กรอบ $37.72 – $76.95 คือช่วงที่ได้จากตัวคูณต่ำสุด (BNTX 4.24x) ถึงสูงสุด (IONS 11.27x) ของกลุ่มเทียบเคียง ไม่ใช่ช่วงที่ประมาณขึ้นเอง

สองวิธีบรรจบกันโดยคนละเส้นทาง: ขายึดตลาดให้ $49.33 ส่วน rNPV แบบสร้างจากล่างขึ้นบน (ซึ่งให้มูลค่า intismeran ชัดเจนถึง $11.8B) ให้ $46.84 ห่างกันเพียง 5.3% นี่คือพยานที่กติกาชั้น 0.2 บังคับไว้สำหรับกรณี |MOS| > 40% — วิธีที่ยึดตลาดและไม่ใช้ (r, g) ชี้ทางเดียวกับวิธีที่ใช้

ตลาดกำลังฝังอะไรไว้ที่ราคา $133.32: มูลค่ากิจการ $47.61B หักธุรกิจวัคซีนเดิม (~$4.5B) และเงินสดสุทธิหลังหักการเผาเงิน (~$2.4B) แล้ว เท่ากับตลาดให้มูลค่าเฉพาะอ็อนโคโลยีราว $46B เทียบกับฐานของเรา $11.8B (ต่างกัน ~3.9 เท่า) แปลงกลับเป็นยอดขายสูงสุดปรับความเสี่ยง: ฐานของเรา $11.4B · ที่ตลาดฝังไว้ ~$29B · โมเดล Jefferies $54B แบบยังไม่ปรับความเสี่ยง (สมมติส่วนแบ่งสูงสุด 60% ราคา $260,000 ต่อคอร์ส โอกาสสำเร็จ 85% ในมะเร็งผิวหนัง) ช่องว่างทั้งหมดอยู่ที่สามตัวแปรเดียว: ราคาต่อคอร์ส · อัตราการเข้าถึงผู้ป่วย · โอกาสสำเร็จในมะเร็งชนิดอื่นที่ยังไม่อ่านผล

สมมติฐานฐาน (Base) ของขา rNPV: มะเร็งผิวหนัง — ผู้ป่วยเข้าเกณฑ์ 55,000 ราย/ปีในตลาดหลัก × เข้าถึง 55% × $220,000 × โอกาสสำเร็จ 90% = $6.0B · มะเร็งปอด NSCLC — 150,000 ราย × 30% × $220,000 × 40% = $4.0B · กระเพาะปัสสาวะ/ไต/อื่น ๆ — 70,000 ราย × 30% × $220,000 × 30% = $1.4B รวม $11.4B โดย Moderna ได้ 50% ของกำไร ตามสัญญากับ Merck (Merck ใช้สิทธิ์เมื่อปี 2565 ด้วยเงิน 250 ล้านดอลลาร์) คิดเป็นราว 23.8% ของยอดขายหลังภาษี คิดลดที่ 10% ตลอดปี 2571–2583 ข้อควรทราบเรื่องการนับซ้ำ: การหักเงินสดที่ต้องเผาเป็นระดับบริษัท ขณะที่ค่าวิจัยของ intismeran แบ่งกับ Merck 50/50 และถูกคิดอยู่ในอัตรากำไรของแฟรนไชส์แล้วบางส่วน ⇒ ขา rNPV จึงอนุรักษ์นิยมกว่าความเป็นจริงเล็กน้อย

4

ราคาปัจจุบัน vs โซนต่างๆ

ปัจจุบัน $133.32
เหมาะสม $49.33
$34.53
MOS 30%
$39.46
MOS 20%
$49.33
Fair Value
$76.95
กรอบบน FV
$89.33
เป้าเฉลี่ย Analyst

ราคาปัจจุบันอยู่เหนือทุกโซน รวมถึงเหนือกรอบบนของ FV ($76.95) และเหนือเป้าเฉลี่ยนักวิเคราะห์ ($89.33) อยู่ 49% ข้อควรระวังเรื่องเป้านักวิเคราะห์: ค่าเฉลี่ย $89.33 จาก 18 ราย เป็นค่าที่ยังค้างอยู่ก่อนข่าวบางส่วน หลังผลทดลอง 19 ส.ค. บ้านโบรกที่ปรับแล้วให้เป้าใหม่ดังนี้ — Morgan Stanley $89 (จาก $39, Equal Weight) · Goldman Sachs $120 (จาก $67, Neutral) · RBC $130 (จาก $45) · BofA $170 (จาก $40, ปรับขึ้นเป็น Neutral) · Jefferies $170 (ปรับขึ้นเป็น Neutral) ทั้งห้ารายให้เรตติ้ง Neutral / Equal Weight ไม่มีรายใดแนะนำซื้อ และเป้าของ Morgan Stanley ยังต่ำกว่าราคาตลาด ⇒ นี่คือการปรับเป้าตามราคา (mark-to-market) ไม่ใช่การประเมินมูลค่าที่เป็นอิสระจากราคา จึงใช้เป็นหลักฐานยืนยันมูลค่าไม่ได้

5

Margin of Safety (ส่วนเผื่อความปลอดภัย)

−170.3%
ไม่มี Margin of Safety — ราคาสูงกว่ามูลค่าเหมาะสมมาก
ราคา $133.32 อยู่เหนือ FV $49.33 ถึง 2.7 เท่า และเหนือกรอบบนของ FV ($76.95) อยู่ 73% นักลงทุนที่เข้าที่ราคานี้กำลังจ่ายล่วงหน้าเต็มจำนวนสำหรับความสำเร็จข้ามมะเร็งหลายชนิดที่ยังไม่มีผลการทดลองรองรับ ผู้ที่ถือกำไรอยู่ควรพิจารณาลดสัดส่วน ส่วนผู้ที่ยังไม่มี ควรรอตัวเลข hazard ratio ฉบับเต็มก่อน
จุดซื้อ MOS 20%
$39.46
โซนน่าสนใจสำหรับ value
จุดซื้อ MOS 30%
$34.53
โซนถูกมาก (deep value)
โซนเริ่มทยอยสะสม
< $49.33
ใกล้/ต่ำกว่ามูลค่าเหมาะสม
6

คาดการณ์ผลตอบแทน 3 ปี

จากจุดเข้า $133.32 • ไม่จ่ายปันผล • ฐาน: ยอดขายสูงสุดปรับความเสี่ยง × EV/Sales ขาออก
Bearเฉพาะมะเร็งผิวหนัง
$42.00
−68.5% รวม 3 ปี (−32.0%/ปี)
  • ยอดขายสูงสุด (ปรับความเสี่ยง)~$3B
  • EV/Sales ขาออก4.2x
  • ปันผลรวม 3 ปี$0
  • สถานการณ์hazard ratio ที่เปิดเผยจริงอ่อนกว่าคาด (≥0.80) พรีเมียมอ็อนโคโลยีคลายออกเกือบหมด ธุรกิจวัคซีนเดิมยังหดตัวและต้องระดมทุนเพิ่ม
Baseมะเร็งผิวหนัง + NSCLC บางส่วน
$62.00
−53.5% รวม 3 ปี (−22.5%/ปี)
  • ยอดขายสูงสุด (ปรับความเสี่ยง)~$11.4B
  • EV/Sales ขาออก6.3x
  • ปันผลรวม 3 ปี$0
  • สถานการณ์ขึ้นทะเบียนในมะเร็งผิวหนังสำเร็จ เริ่มขายปี 2571 มูลค่าค่อย ๆ ถูกปลดล็อกตามการลดความเสี่ยง หักกลบกับเงินสดที่ยังเผาอยู่
Bullสำเร็จข้ามมะเร็งหลายชนิด
$170.00
+27.5% รวม 3 ปี (+8.4%/ปี)
  • ยอดขายสูงสุด (ปรับความเสี่ยง)~$29B
  • EV/Sales ขาออก11.3x
  • ปันผลรวม 3 ปี$0
  • สถานการณ์hazard ratio เด่นชัด (<0.70) INTerpath-002 (NSCLC) อ่านผลบวก แพลตฟอร์มถูกยอมรับข้ามมะเร็ง — ตรงกับเป้าสูงสุดของ BofA และ Jefferies

รูปทรงของความเสี่ยงคือสาระสำคัญของรายงานฉบับนี้: ฉาก Bull ซึ่งต้องอาศัยความสำเร็จข้ามมะเร็งหลายชนิด ให้ผลตอบแทนเพียง +27.5% ใน 3 ปี ขณะที่ฉาก Bear ให้ −68.5% — ผลตอบแทนที่คาดหวังจึงติดลบแม้จะให้น้ำหนักฉากดีค่อนข้างมาก เพราะราคาปัจจุบันได้จ่ายล่วงหน้าไปเกือบเท่ากับความสำเร็จเต็มรูปแบบแล้ว ทั้งสามฉากไม่มีปันผล (Moderna ไม่จ่ายปันผล) และใช้จุดเข้าเดียวกันคือราคาปัจจุบัน $133.32

7

ปัจจัยบวก & ความเสี่ยง

Catalysts — ปัจจัยหนุน

  • ข้อมูลเต็ม INTerpath-001: เตรียมนำเสนอในงานประชุมแพทย์นานาชาติ (ตลาดคาด ESMO ปลาย ต.ค. 2569) — เป็นครั้งแรกที่จะเห็นตัวเลข hazard ratio จริงของ Phase 3
  • ครั้งแรกของโลกในกลุ่มนี้: เป็น Phase 3 แรกที่บวกของการรักษาแบบ individualized neoantigen (INT) และของยามะเร็งชนิด mRNA รวมถึงเป็นการศึกษาแรกที่ดีกว่า KEYTRUDA เดี่ยวอย่างมีนัยสำคัญ — ปลดล็อกความน่าเชื่อถือของทั้งแพลตฟอร์ม
  • ยื่นขึ้นทะเบียน: ทั้งสองบริษัทระบุว่ากำลังหารือกับหน่วยงานกำกับดูแลเรื่องการยื่นเอกสาร ผลด้านความปลอดภัยสอดคล้องกับที่เคยรายงาน ไม่พบสัญญาณใหม่
  • ไปป์ไลน์อ็อนโคโลยีที่เหลือ: มีการทดลอง Phase 2/3 รวม 9 รายการ ครอบคลุมมะเร็งผิวหนัง ปอด (NSCLC) กระเพาะปัสสาวะ และไต บวก Phase 1 ในตับอ่อน กระเพาะอาหาร และปอด
  • วัคซีนไข้หวัดใหญ่ mRNA-1010 ใกล้อนุมัติ: ผ่านความเห็นบวกจาก VRBPAC แล้ว จะเป็นรายได้ใหม่ที่ช่วยพยุงธุรกิจเดิม
  • วินัยต้นทุนที่เห็นผล: ปรับลดเป้าต้นทุนขายปี 2569 เหลือ $1.7B (จาก $1.8B) และ R&D เหลือ $2.9B พร้อมลดค่าใช้จ่ายเงินสด 10% YoY — เป้าเงินสดสิ้นปีขยับดีขึ้น $0.2B เป็น $4.7–5.2B

Risks — ความเสี่ยง

  • ยังไม่มีใครเห็นขนาดของผล: ข่าว 19 ส.ค. เป็น topline ที่บอกเพียงว่า "ผ่านจุดยุติ" ไม่ได้เปิดเผย hazard ratio ของ Phase 3 ตัวเลข HR 0.51 / 0.411 ที่ถูกอ้างถึงมาจาก Phase 2b เดิม — Jefferies ระบุว่าต้องเห็น HR ต่ำกว่า 0.70 จึงจะรักษาความเชื่อมั่นไว้ได้ และคาดไว้เพียงต่ำกว่า 0.80
  • ราคาฝังสมมติฐานที่สูงมาก: ตลาดกำลังให้มูลค่าอ็อนโคโลยีราว $46B เทียบฐานของเรา $11.8B — เทียบเป็นยอดขายสูงสุดปรับความเสี่ยงคือ ~$29B เทียบ $11.4B ⇒ ต้องสำเร็จในมะเร็งที่ยังไม่อ่านผลด้วยจึงจะคุ้มราคา
  • อ่านผลข้ามมะเร็งไม่ได้อัตโนมัติ: มะเร็งผิวหนังเป็นเนื้องอกที่มีภาระการกลายพันธุ์ (TMB) สูงที่สุด จึงเป็นกรณีที่ง่ายที่สุดสำหรับวัคซีนนีโอแอนติเจน — การอนุมานไปยัง NSCLC และโดยเฉพาะมะเร็งไตที่ TMB ต่ำ ยังไม่มีหลักฐาน
  • ธุรกิจหลักยังถดถอยและขาดทุนขั้นต้น: รายได้ลดลง 4 ปีติดต่อกัน (จาก $19.3B ปี 2564 เหลือ $1.9B ปี 2568) และอัตรากำไรขั้นต้น TTM ติดลบ 66% — ขายต่ำกว่าต้นทุนจากภาระกำลังผลิตส่วนเกิน
  • เผาเงินสดต่อเนื่อง: เงินสดและเงินลงทุนลดจาก $7.5B (Q1) เหลือ $6.9B (Q2) และบริษัทเองคาดสิ้นปีเหลือ $4.7–5.2B ⇒ หากอ็อนโคโลยีล่าช้า มีโอกาสต้องระดมทุนเพิ่มและเกิด dilution
  • การผลิตระดับอุตสาหกรรมยังไม่เคยพิสูจน์: วัคซีนเฉพาะบุคคลต้องถอดรหัสเนื้องอก ออกแบบ และผลิตแยกรายคน (รอบผลิตราว 6–8 สัปดาห์) การขยายไปหลักแสนรายต่อปีที่ราคา ~$220,000 ยังเป็นโจทย์ที่ไม่มีใครเคยแก้
  • ความผันผวนสูงมาก: ขึ้น 177% แล้วลง 23.5% ภายในสองวันทำการ และตลอด 52 สัปดาห์แกว่างจาก $22.28 ถึง $176.66
8

สรุปภาพรวม

ข่าวดีของจริง แต่ราคาวิ่งไปไกลกว่าหลักฐานที่มีอยู่

ผล Phase 3 INTerpath-001 เป็นเหตุการณ์สำคัญจริง — เป็นครั้งแรกที่การรักษามะเร็งแบบเฉพาะบุคคลด้วย mRNA พิสูจน์ตัวเองในการทดลองระยะสุดท้าย และมันเปลี่ยน Moderna จาก "บริษัทวัคซีนโควิดที่กำลังหดตัว" ให้กลายเป็นบริษัทที่มีสินทรัพย์อ็อนโคโลยีที่ผ่านการพิสูจน์แล้วหนึ่งตัว ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ข่าว แต่อยู่ที่ราคาที่ตลาดจ่ายไปในสองวัน: มูลค่าตลาดเพิ่มขึ้นราว $28,000 ล้านดอลลาร์จากประกาศที่ยังไม่เปิดเผยแม้แต่ตัวเลขขนาดของผล เมื่อวัดด้วยตัวคูณที่วัดจริงจากกลุ่มแพลตฟอร์มไบโอเทคเทียบเคียง มูลค่าเหมาะสมอยู่ที่ $49.33 (กรอบ $37.72–$76.95) และวิธีสร้างจากล่างขึ้นบนซึ่งให้มูลค่า intismeran ชัดเจนถึง $11.8B ก็ให้ $46.84 — ห่างกันเพียง 5.3% ทั้งที่มาคนละทาง สิ่งที่ควรจับตาไม่ใช่ราคา แต่คือ hazard ratio ฉบับเต็ม ที่จะเปิดเผยในงานประชุมแพทย์ และผลของ INTerpath-002 ในมะเร็งปอด — สองตัวนี้จะตัดสินว่าราคาวันนี้คือการมองการณ์ไกล หรือการจ่ายล่วงหน้าเกินตัว

มูลค่าเหมาะสม
$49.33 ($37.72–$76.95)
ส่วนต่างจากราคา
MOS ~ −170.3%
เป้านักวิเคราะห์ 12 ด.
~$89.33 (Hold)
กลยุทธ์: หลีกเลี่ยงการไล่ราคา ณ ระดับนี้ — ไม่มีส่วนเผื่อความปลอดภัยเหลืออยู่เลย และรูปทรงผลตอบแทนเสียเปรียบชัดเจน (Bull +27.5% เทียบ Bear −68.5% ใน 3 ปี) ผู้ที่ถือกำไรจากการพุ่ง 2 วันนี้อยู่ ควรพิจารณาทยอยลดสัดส่วน · ผู้ที่สนใจเรื่องราวอ็อนโคโลยีระยะยาว ควรรอตัวเลข hazard ratio ฉบับเต็มในงานประชุมแพทย์ก่อน แล้วจึงประเมินใหม่ โซนที่เริ่มมีส่วนเผื่อความปลอดภัยจริงคือต่ำกว่า $49.33 และน่าสนใจเชิงมูลค่าที่ $39.46 (MOS 20%) ลงไป — สังเกตว่าราคานี้ยังสูงกว่าระดับก่อนข่าว ($62.96 เมื่อ 18 ส.ค.) พอสมควร สะท้อนว่าเรายังให้เครดิตกับผลการทดลองอยู่ ไม่ได้ตัดทิ้ง
คำเตือน: รายงานนี้จัดทำเพื่อการศึกษาและเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์ ตัวเลข valuation อิงสมมติฐานที่อาจคลาดเคลื่อน โดยเฉพาะตัวคูณ EV/Sales ของกลุ่มเทียบเคียง, ยอดขายสูงสุดของ intismeran, ราคาต่อคอร์ส, อัตราการเข้าถึงผู้ป่วย, โอกาสสำเร็จของการทดลองที่ยังไม่อ่านผล และอัตราคิดลด หุ้นตัวนี้เพิ่งผ่านการรีไพรซ์จากเหตุการณ์เดียวและมีความผันผวนสูงมาก ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและพิจารณาความเสี่ยงของตนเองก่อนตัดสินใจ • ราคา ณ 20 ส.ค. 2569 จาก Yahoo Finance (cross-check กับ StockAnalysis.com และ TradingView ตรงกันทั้งสามแหล่ง) • ข้อมูลงบการเงิน FY2564–FY2568 และ TTM จาก StockAnalysis.com และ Yahoo Finance • ผลการทดลอง Phase 3 INTerpath-001 จากข่าวประชาสัมพันธ์ Moderna และ Merck ลงวันที่ 19 ส.ค. 2569 • ผลประกอบการและเป้าหมายไตรมาส 2/2569 จากการแถลงผลประกอบการวันที่ 31 ก.ค. 2569 • ตัวคูณกลุ่มเทียบเคียง (BNTX, ALNY, IONS) วัดจาก StockAnalysis.com ณ 20–21 ส.ค. 2569