MRK เด้งแรง +46.9% ในรอบปี จากโซนต่ำ $83–84 (ส.ค.–ก.ย. 68 ใกล้ 52-สัปดาห์ต่ำสุด $76.66 หลังตลาดกังวล Keytruda patent cliff 2571/2028 หนักสุด) แรงหนุนหลักมาจากไตรมาส พ.ย.–ธ.ค. 68 ที่ตลาดคลายกังวลหลัง FDA อนุมัติ Keytruda Qlex (สูตรฉีดใต้ผิวหนัง) ก.ย. 68 ซึ่งยืดอายุความคุ้มครองสิทธิบัตรได้ถึงปี 2584 (2041) และ WINREVAIR โตแรงต่อเนื่อง ราคาไต่ขึ้นถึงจุดสูงสุดใกล้ ATH ที่ $128.50 (มิ.ย. 69) หลังผลประกอบการ Q1 2569 ก่อนย่อลงมาปิดที่ $123.61 (ก.ค. 69) หลังตลาดคลายกังวลชาร์จ M&A (Cidara $9.0B)
วิธี DDM ($102.00) ให้ค่าต่ำสุดเพราะ MRK จ่ายปันผลสัดส่วนไม่สูงเทียบกำไร (payout ~40%) และไม่สะท้อนมูลค่าทางธุรกิจที่แท้จริงของ pipeline หลัง Keytruda ส่วนวิธี P/E บน EPS ปรับปรุง ($140.00) ให้ค่าสูงสุดเพราะให้เครดิตเต็มกับ underlying earning power ก่อนหักชาร์จ M&A ทางบัญชี ค่าเฉลี่ย $121.32 ต่ำกว่าราคาตลาดปัจจุบัน ($123.61) เล็กน้อย (~1.9%) สะท้อนว่าราคาตลาดตอนนี้แพงกว่ามูลค่าเหมาะสมฐานเล็กน้อย หลังหุ้นพุ่งขึ้น +46.9% ในรอบปี
ราคาปัจจุบัน $123.61 อยู่ "สูงกว่าเล็กน้อย" Fair Value ฐาน ($121.32) แทบไม่ต่างกัน (สูงกว่าเพียง ~1.9%) และยังต่ำกว่าเป้าเฉลี่ยนักวิเคราะห์ ($132.78) และกรอบบน FV ของเรา ($140.00) พอสมควร — สะท้อนว่าหลังหุ้นพุ่งขึ้นแรงในรอบปี ตลาดกลับมาเทรดแพงกว่ามูลค่าเหมาะสมฐานเล็กน้อย แทบไม่เหลือ margin of safety ณ ราคานี้
ประมาณการอิง EPS ปรับปรุง (ไม่รวมชาร์จ M&A one-time) เติบโตตามความสำเร็จในการป้องกัน Keytruda patent cliff ปี 2571 (2028) — ช่วง Bear/Bull กว้างเพราะผลลัพธ์ขึ้นกับว่า Keytruda Qlex (สูตรฉีดใต้ผิวหนัง) จะรักษาส่วนแบ่งตลาดจาก biosimilar ได้มากแค่ไหน และ pipeline ใหม่ (WINREVAIR, Clesrovimab, MK-1084) จะโตทันชดเชยได้หรือไม่
Merck เป็นบริษัทยาชั้นนำที่พอร์ตพึ่งพา Keytruda (ภูมิคุ้มกันบำบัดมะเร็งอันดับ 1 ของโลก) หนักถึง 49% ของรายได้ ความเสี่ยงใหญ่สุดคือสิทธิบัตรหลักหมดอายุปี 2571 (2028) แต่ปีที่ผ่านมาตลาดคลายกังวลลงมากหลัง FDA อนุมัติ Keytruda Qlex (สูตรฉีดใต้ผิวหนัง) ที่ยืดอายุความคุ้มครองได้ถึงปี 2584 บวกกับ WINREVAIR ที่โตแรง 88% YoY และพอร์ตใหม่ (Clesrovimab, MK-1084, ดีล Prometheus/Harpoon) ที่เริ่มเห็นผล ราคาหุ้นจึงพุ่งขึ้น +46.9% ในรอบปีจนใกล้ ATH ที่ $130.29 (มิ.ย. 69) ก่อนย่อตัวลงมาปิดที่ $123.61 ทำให้ Fair Value ฐานที่ประเมินได้ ($121.32) ต่ำกว่าราคาตลาดปัจจุบันเล็กน้อย (ต่างกันไม่ถึง 2%) ต่างจากช่วงกลางปี 2568 ที่หุ้นซื้อขายด้วย MOS สูงเพราะตลาดกลัว patent cliff เกินจริง วันนี้ราคาสะท้อนความเชื่อมั่นในกลยุทธ์ diversification เต็มที่แล้วและแพงกว่ามูลค่าเหมาะสมฐานเล็กน้อย แม้จะย่อจากจุดสูงสุดมาบ้าง