ตามราคาปิดรายเดือนในกราฟ (ต.ค. 2568 – ก.ย. 2569) ราคาเริ่มที่ ฿10.30 ผันผวนแรง ต่ำสุดรายเดือน ฿7.45 ใน ธ.ค. 2568 สูงสุด ฿11.00 ใน ก.พ. 2569 แล้วเคลื่อนไหวราว ฿8.20–9.00 ตั้งแต่ มี.ค. 2569 กรอบ 52 สัปดาห์ (ราคาระหว่างวัน) อยู่ที่ ฿7.15–13.50 ราคาปัจจุบัน ฿8.55 อยู่ต่ำกว่ามูลค่าเหมาะสม ฿11.18 (MOS ~ +24%)
โครงสร้าง FV ปรับใหม่ 21 ก.ย. 2569: ตัดขา P/E เป้าหมาย ~15x (ไม่มีมัธยฐานที่วัดได้รองรับ) และขาเป้านักวิเคราะห์ออก · DDM (฿10.50) และ DCF (฿11.86) ใช้ r 9% ที่ผู้วิเคราะห์ตั้งเองทั้งคู่ จึงนับเป็นตระกูลสมมติฐานเดียว (single-family) — ค่าต่างกันไม่เกิน 2 เท่าจึงเฉลี่ยได้ · ความไว: ถ้าใช้เฉพาะ DDM ได้ส่วนต่างจากราคาราว 18.1% ถ้าใช้เฉพาะ DCF ราว 27.5% · P/E TTM ปัจจุบัน 12.0x เทียบมัธยฐานย้อนหลัง 32.5x (FY2023–25, 3 จุด) — ไม่ใช้เป็นขา เพราะราคาเฉลี่ยงวดปี 2566–67 (฿54–57) สูงกว่าราคาปัจจุบันราว 6 เท่า ขณะที่ EPS ตกจาก ฿1.68 เหลือ ฿0.71 · 32.5x × ฿0.71 = ฿23.08 เป็นเพียงกรณีเชิงบริบทหากตลาดกลับมาให้พรีเมียมเดิม ซึ่งยังไม่มีหลักฐานรองรับ
ราคาปัจจุบัน ฿8.55 อยู่ในโซน MOS 20% (ต่ำกว่า ฿8.94) แต่ยังไม่ถึงโซน MOS 30% (฿7.83) เป้าเฉลี่ยนักวิเคราะห์ ฿9.75 (Yahoo n=4 · StockAnalysis: Buy) ใช้เป็นเพียงเครื่องตรวจความสอดคล้อง ไม่ได้เป็นขาของ FV มูลค่าเหมาะสม ฿11.18 ให้ upside +31% ถ้าสมมติฐานกระแสเงินสดเป็นจริง · โซน MOS 30% ถือเป็น "all-in zone" หากรับความเสี่ยงได้
ผลตอบแทน Base Case ~17.6%/ปีสูงเพราะคิดจาก EPS ฐานที่ถูก depress (ราคาเป้าเป็นสมมติฐาน ไม่รวมปันผล) หาก MASTER ฟื้น EPS กลับสู่ระดับ FY2024 (~฿1.68) P/E 14x จะให้ราคา ~฿23.5 ซึ่งสะท้อน upside ขนาดใหญ่จากกรณีฟื้นตัวจริง Bear Case สะท้อนความเสี่ยงหาก MASTER ไม่สามารถดึงรายได้กลับมาได้และยังคงเผชิญแรงกดดัน ปันผล yield 4.68% ช่วยรองรับ downside ในทุก scenario
มาสเตอร์ สไตล์ (MASTER) เป็นผู้นำคลินิกศัลยกรรมความงามในไทยภายใต้แบรนด์ Masterpiece Hospital ที่ได้รับประโยชน์จากเมกะเทรนด์ความงามระยะยาว อย่างไรก็ตาม FY2025 เป็นปีที่ยากมาก กำไรหายไปกว่า 61% ทำให้ราคาหุ้นอยู่ต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี (P/BV 0.75x) ณ ราคา ฿8.55 มูลค่าเหมาะสม ฿11.18 (DDM + DCF ตระกูลสมมติฐานเดียว) สะท้อน upside +31% ซึ่งอยู่ในโซน "ทยอยสะสม" หาก thesis ฟื้นตัวเป็นจริง (EPS กลับสู่ ฿1.40+ ภายใน 2-3 ปี) หุ้นมี upside ขนาดใหญ่ ทว่าความเสี่ยงหลักคือ "ฟื้นช้ากว่าคาด" หรือ "แข่งขันรุนแรงจนกำไรไม่กลับมา"