ราคาไต่ขึ้นจาก $289.10 (ต.ค. 2568) ถึงจุดสูงสุดรอบปีที่ $364.54 ในเดือน ก.พ. 2569 แล้วย่อลงต่อเนื่องเกือบทุกเดือนจนปิดที่ $238.04 ณ 24 ก.ย. 2569 ลดลงราว 32% จากจุดสูงสุด และราว 14% จากจุดเริ่มต้นกราฟ (รอบปี) ปัจจุบันอยู่ใกล้ขอบล่างกรอบ 52 สัปดาห์ ($244.76–$379.23) รายงานนี้ไม่ระบุสาเหตุของการย่อตัว เพราะไม่ได้ตรวจแหล่งข่าวปฐมภูมิ
FV = ค่าเฉลี่ยถ่วงเท่ากันของ 2 ตระกูลอิสระ: P/E (ตัวคูณมัธยฐานย้อนหลังของ LHX เอง) $296 และ DCF (สมมติฐาน r/g ของผู้วิเคราะห์) $278 — สองขาห่างกันไม่ถึง 2 เท่า จึงเฉลี่ยได้ · ขา EV/EBITDA และ DCF ชุดเดิมถูกถอดเพราะไม่มีค่ามัธยฐานที่วัดได้/คำนวณซ้ำไม่ได้ · เป้าเฉลี่ยนักวิเคราะห์ ~$342 (14 ราย, Buy) ไม่ใช่ขาของ FV ใช้เป็นบริบทตรวจความสอดคล้องเท่านั้น · ความไว: ถ้าใช้ P/E 24x (ใกล้ P/E ปัจจุบัน) ขา P/E เหลือ ~$238 และ FV ~$258 (ห่างราคาปัจจุบันราว 4%) · ถ้าใช้ขา P/E ขาเดียว ห่างราคาราว 16%
ราคาปัจจุบัน ($238.04) ต่ำกว่ามูลค่าเหมาะสม ($286.98) และต่ำกว่าเป้าเฉลี่ยนักวิเคราะห์ (~$342) ราว 28% P/E ปัจจุบัน ~25x ต่ำกว่ามัธยฐานย้อนหลัง 29.9x แต่ MOS ยังไม่ถึงโซน 20% จึงยังไม่ใช่ราคาถูกมากเทียบมูลค่าพื้นฐาน
Base case (+39% รวมปันผล 3 ปี) อิงกับ EPS เติบโต 10%/ปีจากฐาน TTM (ต่ำกว่าที่ consensus FY2026–27 ชี้) และ P/E ย่อจากมัธยฐานย้อนหลัง 29.9x เป็น 24x Bear case คือ EPS โตเพียง 2%/ปี และ P/E de-rate เหลือ 18x ต่ำกว่าช่วงต่ำสุดย้อนหลัง (23.2x) Bull case คือ EPS โต 13%/ปี และ P/E 27x ซึ่งยังต่ำกว่ามัธยฐานย้อนหลัง · ราคาเป้าเป็นสมมติฐาน ไม่ใช่คำพยากรณ์
L3Harris เป็น defense prime ของสหรัฐฯ ที่รายได้ TTM $22.93B (+7.3% YoY) กำไรสุทธิ TTM $1.86B และ FCF TTM $2.81B โตต่อเนื่อง โดย consensus คาดการณ์ EPS FY2026 $12.11 และ FY2027 $13.54 สูงกว่า EPS TTM ($9.90) มาก ราคาย่อลงราว 32% จากจุดสูงสุดในเดือน ก.พ. 2569 ทำให้ P/E ปัจจุบัน ~25x ต่ำกว่ามัธยฐานย้อนหลัง 29.9x MOS ปัจจุบันอยู่ระดับปานกลาง ยังไม่ใช่จุดเข้าราคาถูกมาก เหมาะกับผู้ลงทุนระยะยาวที่ทยอยสะสม มากกว่าการเก็งกำไรระยะสั้น