ราคาปรับตัวขึ้นต่อเนื่องจาก ฿0.75 (ก.ย. 2568) ไต่ระดับผ่านช่วง ม.ค.–มี.ค. 2569 ที่ราว ฿1.00 ก่อนเร่งขึ้นแรงช่วง เม.ย.–มิ.ย. 2569 หลังผลประกอบการ H1/2569 กำไรโต 37.3% YoY และกระแสสินเชื่อ FDI ต่างชาติ แตะระดับสูงสุดรอบปีที่ ฿1.28 ในเดือน ส.ค. 2569 รวมผลตอบแทน +70.7% ในรอบปี — แรงหนุนหลักคือกำไรที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง 5 ปีติด และปันผลสูงราว 4.7–7% ต่อปี ที่ดึงดูดนักลงทุนสาย value ในกลุ่มธนาคารขนาดเล็ก
วิธี Justified P/BV (฿1.42) ให้ค่าต่ำกว่าเพราะ ROE ปัจจุบัน (8.0%) ยังต่ำกว่าต้นทุนส่วนของผู้ถือหุ้น (r 10.0%) ตามหลักการเงิน ส่วนวิธี P/E เทียบมัธยฐานกลุ่มธนาคารไทย (฿1.97) ให้ค่าสูงกว่าเพราะสมมติว่าตลาดรีเรท LHFG ขึ้นเทียบธนาคารใหญ่ที่มี ROE สูงกว่า ซึ่งยังไม่เกิดขึ้นจริง (ปัจจุบันเทรดที่ P/E ~8.0x ต่ำกว่ามัธยฐานกลุ่มมาก) — สองขาต่างกัน 1.39 เท่า ยังอยู่ในเกณฑ์ที่เฉลี่ยตรงได้ (dispersion gate: ต้อง <2.0 เท่า) FV เฉลี่ย ฿1.70 จึงอยู่กึ่งกลางระหว่างมุมมองอนุรักษ์นิยมกับมุมมอง re-rating บริบทเพิ่มเติม: P/B×BVPS คงที่ที่มัธยฐานตัวเอง 5 ปี (~0.59x) จะให้ ~฿1.17 ใกล้เคียงราคาปัจจุบัน แต่ไม่ใช้เป็นขาของ FV เพราะเป็นตัวคูณคงที่ที่ไม่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของ ROE
ราคาปัจจุบัน ฿1.28 อยู่ต่ำกว่า Fair Value ฿1.70 ประมาณ 24.7% และต่ำกว่ากรอบบนของ FV (฿1.97) ค่อนข้างมาก — ไม่มีนักวิเคราะห์ในระบบ Settrade/Yahoo/StockAnalysis ติดตามหุ้นนี้ ณ วันที่วิเคราะห์ (8 ส.ค. 2569) จึงไม่มีเป้านักวิเคราะห์ฉันทามติให้เทียบ
Base case สอดคล้องกับ Fair Value ฿1.70 ที่คำนวณใน section 3 · ทุก scenario รวมปันผลสะสม 3 ปีที่จ่ายจริงตามอัตราปันผลปัจจุบัน (~4.7–7%/ปี) เข้ากับผลตอบแทนราคา · Bear ใช้ P/E de-rate ต่ำกว่าปัจจุบัน สะท้อนความเสี่ยงคุณภาพสินทรัพย์ที่ยังไม่นิ่ง
LHFG เป็นบริษัทโฮลดิ้งของธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LH Bank) ธนาคารขนาดเล็กที่สุดในรีโปนี้ กำไรฟื้นตัวต่อเนื่อง 5 ปีติด หนุนโดยสินเชื่อ FDI จากนักลงทุนไต้หวัน-จีน และเครือข่ายผู้ถือหุ้นใหญ่ CTBC Bank (~46.6%) แม้ราคาขึ้นมาแล้ว +70.7% ในรอบปี แต่ยังเทรดที่ P/BV เพียง 0.64x และ P/E ~8.0x ต่ำกว่ามัธยฐานกลุ่มธนาคารไทยมาก ด้วย Fair Value เฉลี่ย ฿1.70 (จาก Justified P/BV ฿1.42 และ P/E peer median ฿1.97) ราคาปัจจุบันจึงมี MOS ~24.7% อย่างไรก็ตาม coverage ratio ที่ร่วงจาก ~200% เหลือ ~144% พร้อม NPL ขยับขึ้นเป็น 2.56% เป็นสัญญาณคุณภาพสินทรัพย์ที่ต้องติดตามใกล้ชิด