หุ้นปรับขึ้นแรง +70% ในรอบปี จากจุดต่ำ ~฿21 (กลางปี 2025) สู่จุดสูงสุดรอบหลายปี ~฿36.5 (มิ.ย. 2026) ขับเคลื่อนด้วย กำไรที่โตต่อเนื่อง (FY2025 +4.5%, Q1/2026 +6.2%), ปันผลที่จูงใจ (รวมปันผลพิเศษ ฿0.60) และ ฐานทุนแกร่ง ที่เปิดทางเพิ่ม payout — แม้ดอกเบี้ยขาลงจะกดดัน NIM
หมายเหตุ: ไม่ใช้ DCF เพราะกระแสเงินสดอิสระไม่มีความหมายสำหรับธนาคาร → แทนด้วย Justified P/BV ซึ่งเป็นวิธีมาตรฐานของหุ้นแบงก์ • DDM ใช้ปันผลปกติ (ไม่นับปันผลพิเศษ ฿0.60 ที่เป็นครั้งคราว) เพื่อความระมัดระวัง ราคาเป้าหมายนักวิเคราะห์เฉลี่ยอยู่ ~฿35–36 (สูงสุด ฿41 — Pi Securities ฿38.50, กสิกร ฿37.5) สอดคล้องกับกรอบบนของวิธีเรา
ราคา ฿43.50 อยู่ สูงกว่ามูลค่าเหมาะสมค่อนข้างมาก (~31%) และเกินเป้าสูงสุดของนักวิเคราะห์ (฿41) ไปแล้ว — สะท้อนว่าตลาดได้ re-rate KTB ขึ้นมาจาก deep value (P/BV เคยต่ำกว่า 0.7x) สู่ P/BV ~1.05x แล้ว ตามคุณภาพหนี้ที่ดีขึ้นและปันผลที่จูงใจ upside ที่เหลือจึงจำกัด ต้องอาศัยการเพิ่ม payout/ROE หรือดอกเบี้ยที่ทรงตัวกว่าคาด
สำหรับหุ้นแบงก์ ปันผลคือหัวใจของผลตอบแทน — แม้ราคาทรงตัว การถือ KTB ก็ได้ yield ~6–7%/ปี Base case ให้ผลตอบแทนรวม ~2%/ปี โดย แทบทั้งหมดมาจากปันผล ไม่ใช่ capital gain เพราะเข้าซื้อที่ราคาเกินมูลค่าไปแล้ว ปัจจัยชี้ขาด upside คือทิศทางดอกเบี้ย กนง. (กระทบ NIM) และความสามารถคง ROE 2 หลัก
KTB พลิกจากหุ้น deep value มาเป็นหนึ่งในแบงก์ที่ทำกำไรสูงสุดและจ่ายปันผลเด่นที่สุดในกลุ่ม กำไรโตต่อเนื่อง (FY2025 +4.5%, Q1/2026 +6.2%) คุณภาพหนี้ดีขึ้น (NPL 2.90%, coverage 204%) และฐานทุนแกร่ง (CET1 18.6%) เปิดทางเพิ่มปันผล — แต่ที่ราคา ~฿43.50 (ทำจุดสูงสุดรอบปีใหม่) ตลาด re-rate P/BV ขึ้นมาที่ ~1.29x แล้ว สำหรับสาย value จึงไม่มีส่วนเผื่อความปลอดภัยเลย ผลตอบแทนหลักจากนี้น่าจะมาจากปันผล ~5–7%/ปี มากกว่า capital gain ส่วนแรงกดดันหลักคือดอกเบี้ยขาลงที่บีบ NIM