ราคา EPG เริ่มต้นที่ ฿2.80 ในเดือน ต.ค. 2568 แล้วเคลื่อนไหวในกรอบ ฿2.80–3.90 ตลอดครึ่งปีแรก ก่อนพุ่งแรงขึ้นราว +64% ในเดือน พ.ค. 2569 ไปที่ ฿5.80 และทรงตัวในกรอบ ฿5.75–6.40 ต่อเนื่องมา ราคาปัจจุบัน ฿6.15 ให้ผลตอบแทนตามกราฟรอบปีราว +118% และยังต่ำกว่า มูลค่าเหมาะสม ฿8.10 (ส่วนเผื่อ +24%)
FV เฉลี่ยจากสองตระกูลอิสระ (ตัวคูณ P/E ที่วัดจากประวัติ กับ Justified P/BV ที่ใช้ r,g) ห่างกันไม่ถึง 2 เท่า จึงเฉลี่ยตรง ๆ ได้ ความไวสำคัญ: หาก P/E เป้าหมายเป็น 13x แทนมัธยฐาน P/E ขาแรกเหลือ ฿6.89 และ FV เฉลี่ยราว ฿7.12 ราคาปัจจุบันยังต่ำกว่า FV นั้นราว 14% เป้าเฉลี่ยนักวิเคราะห์ ฿8.82 (4 สำนัก, Strong Buy) ใช้เป็นบริบทตรวจความสมเหตุสมผลเท่านั้น ไม่ได้เป็นขาของ FV
ราคาปัจจุบัน ฿6.15 อยู่ต่ำกว่าโซน MOS 20% (฿6.48) และต่ำกว่า Fair Value ฿8.10 นักลงทุน Value สามารถพิจารณาได้ในระดับนี้ โดยโซนสะสมลึกอยู่ที่ ฿5.67 ลงมา ผลลัพธ์ขึ้นกับสมมติฐาน P/E เป้าหมายของขาแรกเป็นหลัก จึงควรดูความไวควบคู่กัน
Scenario Base อิงการเติบโต EPS ที่ 6%/ปี จากฐาน TTM ฿0.53 (ใกล้ประมาณการ vendor FY27 ฿0.57 และ FY28 ฿0.64) และ P/E ออกที่ 14x ซึ่งต่ำกว่ามัธยฐานย้อนหลัง 16.7x ของตัวเอง ปันผลรวม 3 ปี ~฿0.60 คำนวณจาก DPS ฿0.20/ปี คงที่ ความเสี่ยงหลักในสถานการณ์ Bear คือการชะลอตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยและการแข่งขันด้านต้นทุนที่รุนแรง
EPG เป็นบริษัทหลายเซกเมนต์ที่ผสมผสานธุรกิจ Defensive (ฉนวน Aeroflex) กับ Growth Story ใหม่ (ชิ้นส่วน EV/ยานยนต์) กำไร TTM ฟื้นตัวเป็น ฿1,470 ล้าน (+13.5% เทียบ FY26) ขณะที่ Gross Margin TTM 34.5% สูงสุดในช่วง 5 ปีงบ ราคา ฿6.15 ให้ P/E ~11.5x และ P/BV ~1.28x ต่ำกว่ามัธยฐาน P/E ย้อนหลัง 16.7x — Fair Value ฿8.10 มี MOS +24% แต่ผลขึ้นกับตัวคูณเป้าหมายเป็นหลัก ความเสี่ยงหลักอยู่ที่การเติบโตของ EV segment และต้นทุนวัตถุดิบ ส่วนนักวิเคราะห์ยัง Strong Buy