ราคาช่วง พ.ย. 2568 – ม.ค. 2569 แกว่งในกรอบต่ำ ฿1.92–1.98 สะท้อนความกังวลหลังกำไรทรุดจากคดีท่อส่งน้ำ EEC ที่แพ้ในชั้นศาลปกครองสูงสุด ก่อนจะพลิกกลับเป็นขาขึ้นแรงตั้งแต่ ก.พ. 2569 (฿2.86) ต่อเนื่องถึง พ.ค.–มิ.ย. 2569 (฿4.26 → ฿4.62) หลังมีข่าวดีลน้ำอุตสาหกรรมป้อน Bridge Data Center III ร่วมกับ STECON และกระแสหุ้นกลุ่มรับอานิสงส์ดาต้าเซ็นเตอร์ใน EEC จนแตะจุดสูงสุดของกราฟที่ ฿5.20 ณ สิ้น ก.ค. 2569 ก่อนย่อลง ฿4.86 (ส.ค.) และทรงตัวแถว ฿4.90 ณ 21 ก.ย. 2569 รวมผลตอบแทนรอบปี ▲ +95.2% (รอบปี) — เป็นการรีเรตติ้งจาก sentiment เก็งกำไรมากกว่าอิงพื้นฐานกำไรที่ยังไม่ฟื้น
ใช้ EPS "ปรับฐาน" (เฉลี่ย 5 ปีย้อนหลัง) แทน EPS TTM ที่ทรุดจากคดีท่อส่งน้ำ EEC (กำไรสุทธิ 2568 เหลือ ฿9.5 ล้าน จาก ฿1,062 ล้านปี 2564) เพราะ P/E-TTM ราว 67x ไม่มีความหมายในการประเมินมูลค่า — ปรับรอบ 21 ก.ย. 2569: ถอดวิธี EV/EBITDA เดิมออกเพราะตัวเลข EBITDA และหนี้สุทธิที่ใช้ตรวจซ้ำจากแหล่งที่เปิดอ่านไม่ได้ และตัวคูณ 12.5x ไม่มีมัธยฐานที่วัดจริงรองรับ ถอด Justified P/BV ออกจากการ์ด (ใช้ r/g ชุดเดียวกับ DCF จึงนับเสียงเดียวอยู่แล้ว) และเปลี่ยน P/E เป้าหมายจาก 20x เป็น 15.6x ตามมัธยฐานที่วัดจริง FV = เฉลี่ย 2 ตระกูลอิสระ คือ P/E ฿4.01 (ตัวคูณ) กับ DCF ฿3.48 (กระแสเงินสด) ห่างกันไม่เกิน 2 เท่า จึงเฉลี่ยได้ = ฿3.75 ความไวต่อสมมติฐาน: P/E ขึ้นกับ EPS ปรับฐานเป็นหลัก — ถ้าใช้ EPS TTM ฿0.073 × 15.6x ได้เพียง ฿1.14 ขณะที่ DCF ไวต่อ FCF ที่เคยติดลบ จึงไม่ควรตีความ FV เป็นตัวเลขแม่นยำ ราคาปัจจุบัน ฿4.92 สูงกว่า FV ฿3.75 ชัดเจน สะท้อนว่าตลาด price-in สตอรี่ฟื้นตัว+ดาต้าเซ็นเตอร์ไปเกินกว่าที่พื้นฐานที่วัดได้รองรับ
ราคาปัจจุบัน ฿4.92 อยู่ "เหนือ" มูลค่าเหมาะสมโดยประมาณ (FV ฿3.75) และเหนือกรอบบน FV (฿4.01) หลังรีเรตติ้งขึ้นแรงในรอบปี ไม่มีนักวิเคราะห์ปกคลุมหุ้นตัวนี้อย่างเป็นทางการ (SETTRADE consensus = 0 ราย) จึงใช้กรอบ FV จาก P/E และ DCF เป็นเพดานอ้างอิงแทนเป้า analyst โซน MOS 20–30% (฿2.63–฿3.00) เป็นจุดที่น่าสนใจกว่าสำหรับการทยอยสะสมระยะยาว
หมายเหตุ: EPS ฐานของฉากคาดการณ์ใช้ EPS TTM (฿0.07 = กำไรสุทธิ TTM ฿122 ล้าน ÷ 1,664 ล้านหุ้น) เป็นจุดเริ่ม ต่างจาก EPS ปรับฐานที่ใช้ใน Fair Value — P/E ออกอิงมัธยฐาน 15.6x (Base) และช่วงที่วัดได้ 15.3–25.0x (Bull ใช้ขอบบน 20x) ส่วน Bear ใช้ 12x ต่ำกว่าช่วงที่วัดได้ เป็นการ de-rating จริงจัง เพราะฐานกำไรต่ำมาก อัตราโต %/ปี จึงสูงตามฐานและผันผวนเกินจริงได้ — Bear case สะท้อนความเสี่ยงจริงจากการแข่งขันของ WHAUP ในตลาดน้ำอุตสาหกรรม EEC ทั้งนี้ผลตอบแทนคาดการณ์มีความไม่แน่นอนสูงกว่าหุ้น utility ทั่วไป เพราะฐานกำไรเพิ่งผ่านจุดต่ำสุดมาไม่นาน
EASTW เพิ่งผ่านจุดต่ำสุดของกำไรจากการแพ้คดีท่อส่งน้ำ EEC มูลค่าสัมปทานเดิมกว่า 2.5 หมื่นล้านบาท ทำให้กำไรสุทธิปี 2568 เหลือเพียง ฿9.5 ล้าน จากที่เคยทำได้ ฿1,062 ล้านในปี 2564 (TTM ฟื้นเป็น ฿122 ล้าน) แต่ราคาหุ้นวิ่งขึ้นแรงในรอบปีที่ผ่านมา นำโดยกระแสข่าวดีลน้ำอุตสาหกรรมป้อนดาต้าเซ็นเตอร์ (Bridge Data Center III ร่วมกับ STECON) จากการประเมินมูลค่า — P/E ปรับฐานที่มัธยฐาน 15.6x ให้ ฿4.01 และ DCF ให้ ฿3.48 เฉลี่ยเป็น Fair Value ฿3.75 ต่ำกว่าราคาตลาดปัจจุบัน ฿4.92 — MOS ติดลบ (−31%) หมายความว่าตลาด "price-in" สตอรี่ฟื้นตัวไปเกินกว่าที่พื้นฐานรองรับ ไม่มีส่วนเผื่อความปลอดภัยให้เข้าซื้อ ณ ราคานี้ โดยเฉพาะเมื่อการแข่งขันจาก WHAUP ในตลาดน้ำอุตสาหกรรม EEC ยังเป็นความเสี่ยงต่อมาร์จิ้นและส่วนแบ่งลูกค้ารายใหม่ในระยะข้างหน้า