ราคาปิดรายเดือนของ DG อยู่ที่ ~$99 เมื่อ ต.ค. 2568 แล้วพุ่งขึ้นสูงสุด ~$156 ใน ก.พ. 2569 จากนั้นร่วงกลับมา ~$119 ใน มี.ค. 2569 และแกว่งในช่วง ~$111–127 ถึง ก.ย. 2569 (ป้ายผลตอบแทนรอบปีอยู่ที่หัวรายงาน) สาเหตุของการร่วงเดือน มี.ค. ไม่ได้ตรวจสอบจากแหล่งปฐมภูมิในรอบนี้ จึงไม่ระบุ
FV = เฉลี่ยของ 2 ตระกูลอิสระ: P/E ($141, ตัวคูณจากข้อมูลที่วัดได้) และ DDM ($125, สมมติฐาน r/g) ราคาปัจจุบัน $122.53 ต่ำกว่า FV $133.00 ขา EV/EBITDA เดิมถูกถอด เพราะ EBITDA/ตัวคูณย้อนหลังที่ใช้ไม่สามารถทำซ้ำจากงบที่เปิดตรวจรอบนี้ได้ · เป้าเฉลี่ยนักวิเคราะห์ ($139.55, Hold, 30 คน) เป็นเพียงบริบทตรวจสอบ ไม่ใช่ขาของ FV กรอบ FV $119.00–$141.00: กรอบล่าง = EPS TTM × P/E 15.4x (FY2026), กรอบบน = ขา P/E 18.3x · มัธยฐาน 21.1x ให้ ~$162 ถือเป็นกรณีสูงกว่ากรอบ ไม่ใช้เป็น FV
ราคาปัจจุบัน $122.53 ต่ำกว่า Fair Value $133.00 เล็กน้อย (MOS +8%) จึงยังไม่ถึงโซนส่วนเผื่อที่กว้างพอ โซน MOS 20% ($106.40) ใกล้กรอบล่าง 52 สัปดาห์ที่ $95.11 ส่วนโซน MOS 30% ($93.10) ต่ำกว่าจุดต่ำสุดของปีเล็กน้อย เป้าเฉลี่ยนักวิเคราะห์ 30 คน $139.55 (consensus: Hold) สูงกว่า FV ที่ประเมินเล็กน้อย
Base case ใช้ EPS โต 8%/ปีจากฐาน TTM $7.70 และการฟื้นตัวของ margin อย่างค่อยเป็นค่อยไป P/E ออก 18x เป็นค่ากลางที่สมเหตุสมผลสำหรับ discount retailer ที่ฟื้นตัวสำเร็จ Bear case สะท้อนความเสี่ยงว่า turnaround ใช้เวลานานกว่าคาด หรือสภาพแวดล้อมเศรษฐกิจกดดันลูกค้าหลัก (ครัวเรือนรายได้ต่ำ) Bull case เกิดขึ้นเมื่อ DG Media Network, DG Delivery และ pOpshelf สร้างรายได้สูงกว่าคาด พร้อมกับ P/E กลับมาใกล้ค่าเฉลี่ยประวัติศาสตร์
Dollar General ผ่านช่วงวิกฤตที่เลวร้ายที่สุดในช่วง FY2024 (ปัญหา shrinkage + ลูกค้าหลักอ่อนแอ) และเริ่มฟื้นตัวอย่างชัดเจนใน FY2025 ด้วย EPS โต +34% และ gross margin กลับมาฟื้น ยุทธศาสตร์ "Back to Basics" กำลังให้ผล — Q2 FY2026 EPS $2.48 (+33% YoY) พร้อม gross margin TTM 31.2% อย่างไรก็ตามราคา $122.53 ต่ำกว่า Fair Value $133.00 เพียง MOS +8% ทำให้ upside ระยะสั้นจำกัด นักลงทุน value อาจรอโซน MOS 20% ($106.40) ซึ่งให้ความปลอดภัยมากกว่า