ราคาไต่จาก $35.41 (ก.ย. 2568) ทำจุดสูงสุดของช่วง $39.22 (ม.ค. 2569) ก่อนร่วงแรงลงมาจุดต่ำสุด $29.78 (มี.ค. 2569) จากความกังวลมหภาค/ธนาคารยุโรปช่วงนั้น แล้วฟื้นตัวต่อเนื่องตามผลประกอบการ Q1–Q2 2569 ที่ทำสถิติใหม่ (RoTE แตะ 11.0% ในไตรมาส 2) จนกลับมาที่ $38.06 ปัจจุบัน — รวมผลตอบแทนรอบปี ▲ +7.5%
หมายเหตุความโปร่งใส (full-disclosure): DB เป็นหุ้นวิเคราะห์ยากเพราะ (1) EPS(TTM) จาก 3 แหล่งขัดกันสูงถึง 8.2% — Yahoo $3.83 · StockAnalysis $3.54 · ตารางงบ (diluted) €3.26 — เรากระทบยอดโดยตรงกับรายงานผลประกอบการของ DB เอง (diluted EPS รายไตรมาส: ครึ่งปีแรก 2569 €1.63 [ไตรมาส 1 €1.06 + ไตรมาส 2 €0.57], ไตรมาส 4 ปี 2568 €0.76, เก้าเดือนแรกปี 2568 €2.35, ครึ่งปีแรก 2568 €1.46) ได้ TTM diluted EPS หลังหักคูปอง AT1 = €3.26 ตรงกับตารางงบเป๊ะ (ต่าง <1%) ยืนยันว่า ตารางงบเป็นสกุล EUR ไม่ใช่ USD แปลงแล้ว — ตัวเลข Yahoo/StockAnalysis ที่สูงกว่าน่าจะมาจาก EPS ก่อนหักคูปอง AT1 หรือคำนวณด้วยอัตราแลกเปลี่ยนคนละช่วง (2) งบรอบบัญชีก่อนหน้าถูกบิดเบือนจากคดีความ/ค่าปรับโครงสร้าง (คดี Postbank takeover, สำรอง FX โปแลนด์, กลับรายการ RCA) ทำให้ EPS ปีนั้นดิ่งเหลือ €1.85 ก่อนเด้งกลับรอบถัดมา — เราจึงใช้ EPS ปกติ = ค่าเฉลี่ย 3 ปีของ EPS (dil.) ก่อนบิดเบือน €2.77 + หลังฟื้นตัว €2.93 + TTM €3.26 หารสาม ≈ €2.99 (~$3.45) เป็นฐานประเมิน แทนพีค TTM หรือ epsFwd $4.78 (3) ROTE ฐานปกติ (~9%) ยังต่ำกว่าต้นทุนทุน CoE (~10%) ⇒ justified P/TBV เหมาะสมจึงต้องต่ำกว่า 1 เท่า (ได้จริง 0.875×) นี่คือเหตุผลที่ FV ฐานต่ำกว่าราคาตลาด ไม่ใช่การตั้งตัวคูณต่ำเกินจริง
วิธีที่ 1 และ 2 เป็น 2 ขาอิสระต่อกันจริง: วิธี P/E ไม่รับ (r,g) เป็น input เลย ส่วน Justified P/TBV ใช้ CoE/g เป็น input · CoE = rf พันธบัตรรัฐบาลเยอรมัน 10 ปี 3.14% (7 ส.ค. 2569) + ERP 5.5% × β 1.25 ≈ 10.0% (ตรงสกุล EUR ตามกระแสเงินสด ไม่ใช้ US Treasury) · g = 2.0% (เป้าเงินเฟ้อ/แนวโน้มระยะยาวยูโรโซน) · แปลง FV จาก EUR เป็น USD ครั้งเดียวที่ปลายทางด้วยอัตราสปอต EUR/USD 1.155 (7 ส.ค. 2569) — ไม่ผสมสกุลระหว่างทาง
บริบทเพิ่มเติม (ไม่นับเป็นขา — ใช้ r,g ชุดเดียวกับวิธี 2): DDM แบบ Gordon Growth D₁ = ปันผลจริง $1.16 (€1.00 FY2025) × (1+g 2.0%) หารด้วย (r 10.0% − g 2.0%) = $14.79 ต่ำกว่าทั้ง 2 ขามาก เพราะ DB คืนทุนผู้ถือหุ้นผ่าน buyback มากกว่าปันผลล้วน จึงใช้เป็นพื้นล่างอ้างอิงเท่านั้น
เป้าหมายนักวิเคราะห์เฉลี่ย $40.50 (Buy, n=2, Yahoo) สูงกว่ากรอบบน FV ของเราเพราะน่าจะยังอิงกำไรไตรมาสล่าสุดที่เป็นจุดพีคของวัฏจักร (NI TTM €7,244M สูงกว่า FY2025 ปกติที่ €6,606M) มากกว่าฐานปกติ (normalized) ที่เราใช้ — ไม่ใช่ความผิดพลาดของโมเดล แต่เป็นมุมมองที่ต่างกันเรื่อง "ฐานกำไรที่ยั่งยืน"
คำนวณบนฐาน EUR แล้วแปลงเป็น USD ที่สปอต 1.155 ครั้งเดียว — เป้า Base ($32.16) เท่ากับ Fair Value ฐานในหมวด 3 พอดีตามหลัก "Base ต้องสอดคล้อง FV" ผลตอบแทนรวมปันผลของ Bear/Base ยังติดลบเพราะราคาปัจจุบันวิ่งนำหน้าฐานกำไรปกติไปแล้ว มีเพียงฉาก Bull ที่ ROTE ยืนเหนือ CoE ต่อเนื่องเท่านั้นที่ให้ผลตอบแทนบวก
Deutsche Bank ผ่านพ้นปีที่บิดเบือนด้วยคดีความ/ค่าปรับโครงสร้าง (2567) เข้าสู่ช่วงกำไรทำสถิติใหม่ต่อเนื่อง (RoTE แตะ 11.0% ใน Q2 2569, CET1 13.9%, cost/income ลงมา 63.0%) ราคาหุ้นจึงตอบรับแรง +7.5% ในรอบปี แต่เมื่อกระทบยอด EPS จาก 3 แหล่งที่ขัดกันโดยตรงกับรายงานผลประกอบการของ DB เอง แล้วใช้ฐานกำไรปกติ (normalized, ตัด one-off ปี 2567 และพีค TTM ออก) พบว่า Return on Tangible Equity ระดับปกติ (~9%) ยังต่ำกว่าต้นทุนทุน (CoE ~10%) ทำให้ justified P/TBV ต่ำกว่า 1 เท่า — มูลค่าเหมาะสมฐาน ($32.16) จึงต่ำกว่าราคาตลาดปัจจุบัน ($38.06) อยู่ราว 18% นี่ไม่ใช่การมองข้ามธุรกิจที่ดีขึ้นจริง แต่เป็นการเตือนว่าตลาดกำลังให้เครดิตกับผลประกอบการช่วงพีคของวัฏจักรมากกว่าฐานที่ยั่งยืน