ตลอดรอบ ~1 ปี CPALL แกว่งในกรอบ ฿43–฿52 เริ่มราว ฿46 (ต.ค. 2568) อ่อนตัวลงแตะโซน ฿43 ช่วง พ.ย. 2568–ม.ค. 2569 ตามแรงกดดันภาพรวมตลาดหุ้นไทย กำลังซื้อในประเทศที่ฟื้นช้า และความกังวลภาระหนี้จากดีล Makro/Lotus's ก่อนมีจังหวะพุ่งแตะจุดสูงรอบ ฿51.75 (ก.พ. 2569) แล้วย่อกลับมาทรงตัวราว ฿45 ปัจจุบัน คิดเป็น ~-2.7% ในรอบปี (฿46 → ฿44.75) — แกว่งในกรอบตาม de-rating ของ valuation มากกว่าการเปลี่ยนแปลงพื้นฐาน
ปรับโครงสร้างรอบนี้: ตัดขา EV/EBITDA เดิมออก (ตัวคูณ 11.5x เป็นค่าที่ตั้งเอง ไม่มีมัธยฐานที่วัดได้รองรับ) และไม่ใช้เป้านักวิเคราะห์เป็นขา FV เหลือ 2 วิธีคนละตระกูล คือ P/E (฿52) ที่ยึดตัวคูณ FY2025 ที่วัดจริง และ DDM (฿50) ที่ใช้ r/g สมมติฐานของผู้วิเคราะห์ — ทั้งสองขาห่างกันไม่ถึง 2 เท่า จึงเฉลี่ยตรงได้ MOS อ่อนไหวต่อ P/E เป้าหมาย: ทุก ±1x ของ P/E ขยับขา P/E ราว ±฿3.4 และ FV ราว ±฿1.7 · เป้าเฉลี่ยนักวิเคราะห์ ~฿62 ใช้เป็นบริบทตรวจความสอดคล้องเท่านั้น
ราคาปัจจุบัน ฿44.00 อยู่ ต่ำกว่ามูลค่าเหมาะสม ฿50.65 เล็กน้อย (MOS ~+13%) แต่ยังไม่ถึงโซน MOS 20% (฿40.52) จุดเด่นคือ downside จำกัดด้วยพื้นฐาน defensive + ปันผล ~3.7% ขณะที่เป้าเฉลี่ยนักวิเคราะห์ ~฿62 (เรตติ้ง Strong Buy) บ่งชี้ upside ที่มากกว่าหากบริษัทลดหนี้ได้ตามแผนและ valuation re-rate
กรณีฐาน (g 7%/ปี) ให้ผลตอบแทนรวม ~51% ใน 3 ปี (~15%/ปี รวมปันผล) จากการขยายสาขา 7-Eleven ~700 สาขา/ปี + การลดภาระหนี้ Makro/Lotus's ทำให้กำไรสุทธิเร่งตัว แม้กรณี Bear ที่กำลังซื้ออ่อนแอ ผลตอบแทนยังเป็นบวกเล็กน้อยจากปันผล สะท้อนคุณสมบัติ downside-protected ของหุ้น staples คุณภาพ
CPALL เป็นผู้นำค้าปลีกสะดวกซื้อของไทยที่มี moat ชัดเจนจากเครือข่าย 7-Eleven ~15,900 สาขา และการคุม CPAXT (Makro + Lotus's) กำไรเติบโต +11.5% ใน FY2025 ขณะที่ valuation (P/E ~13x, P/BV ~1.18x) ลงมาอยู่ระดับต่ำสุดในรอบหลายปี ราคา ฿44.00 ต่ำกว่ามูลค่าเหมาะสม ฿50.65 ให้ MOS ~+13% ความเสี่ยงหลักคือภาระหนี้สูงและกำลังซื้อในประเทศที่ฟื้นช้า แต่พื้นฐาน defensive + ปันผล ~3.7% + การลดหนี้ ทำให้ความเสี่ยงขาลงจำกัด เป็นหุ้นถือยาวสำหรับพอร์ตคุณภาพมากกว่าการเก็งกำไรระยะสั้น