⚠️ CCEP จดทะเบียนซื้อขายที่ Nasdaq เป็นหุ้นสามัญโดยตรง (ไม่ใช่ ADR) อัตรา 1:1 กับหุ้นที่ LSE (ตรวจแล้ว: LSE £79.50 × GBPUSD 1.3488 = $107.23 เทียบ Nasdaq $108.29 → ต่างกัน 1.0%) แต่รายงานงบการเงินเป็นสกุลยูโร — ตัวเลขในตารางนี้จึงเป็น EUR ทั้งหมด ส่วน P/E · ราคา · Fair Value ในรายงานนี้เป็น USD โดยแปลงที่อัตรา EURUSD 1.15566 (ณ 8 ส.ค. 2569)
| รายการ (€ ล้าน) | TTM | FY2568 | FY2567 | FY2566 | FY2565 | FY2564 |
|---|---|---|---|---|---|---|
| รายได้ | 21,351 | 20,901 | 20,438 | 18,302 | 17,320 | 13,763 |
| เติบโต YoY | +2.2% | +2.3% | +11.7% | +5.7% | +25.8% | +29.8% |
| อัตรากำไรขั้นต้น | 35.6% | 35.6% | 35.3% | 36.7% | 35.9% | 37.0% |
| อัตรากำไรจากการดำเนินงาน | 13.5% | 13.4% | 10.4% | 12.8% | 12.0% | 11.0% |
| กำไรสุทธิ | 1,996 | 1,942 | 1,418 | 1,669 | 1,508 | 982 |
| EPS (ปรับลด, €) | 4.44 | 4.26 | 3.08 | 3.63 | 3.29 | 2.15 |
| กระแสเงินสดอิสระ (FCF) | 2,285 | 2,203 | 2,270 | 2,134 | 2,432 | 1,768 |
| จำนวนหุ้น (ล้าน) | 450 | 456 | 461 | 459 | 458 | 457 |
| เงินสด | 1,994 | 957 | 1,713 | 1,987 | 1,643 | 1,465 |
| หนี้สินรวม (มีดอกเบี้ย) | 12,189 | 10,694 | 11,331 | 11,396 | 11,907 | 13,140 |
| D/E (เท่า) | 1.20 | 1.23 | 1.11 | 1.27 | 1.42 | 1.64 |
| ROE | 23.8% | 22.9% | 17.0% | 21.6% | 20.8% | 14.9% |
อ่านตารางนี้อย่างไร: รายได้กระโดด 2 ปีติด (FY2564 +29.8%, FY2565 +25.8%) มาจากการรวมงบ Coca-Cola Amatil
(ออสเตรเลีย/แปซิฟิก/อินโดนีเซีย) ที่ปิดดีลกลางปี 2564 — ไม่ใช่การเติบโตอินทรีย์ หลังจากนั้นรายได้กลับมาโตปีละ 2–3% ตามปกติของธุรกิจเครื่องดื่มอิ่มตัว
สิ่งที่เปลี่ยนจริงคืออัตรากำไรจากการดำเนินงาน 10.4% → 13.5% (การผนึกต้นทุนหลัง Amatil + การส่งผ่านราคา) และ D/E ลดจาก 1.64 → 1.20 —
ทั้งสองอย่างคือเหตุผลที่ตลาด re-rate หุ้นตัวนี้ขึ้นในรอบ 2 ปีที่ผ่านมา
งวดงบที่ใช้: ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 ประกาศ 4 ส.ค. 2569 (TTM สิ้นสุดครึ่งปีแรก 2569) + งบปีเต็ม FY2568 (FY2025)
รอบปีที่ผ่านมา CCEP ให้ผลตอบแทนราคา +19.8% (จาก ~$90.4 เมื่อ ก.ย. 2568 มาที่ $108.29) แต่เส้นทางไม่ราบเรียบ: ราคานิ่งอยู่ในกรอบแคบ $89–92 ตลอดครึ่งหลังของปี 2568 (จุดต่ำสุดของกราฟที่ ~$88.8 เดือน ต.ค. 2568) แล้วพุ่งขึ้นแตะ ~$110.4 ในเดือน ก.พ. 2569 — จุดสูงสุดของกราฟ — หลังตลาดรับรู้การขยายอัตรากำไรและการลดหนี้ ก่อนย่อกลับลงมา ~$90.7 ในเดือน มี.ค. จากนั้นไต่ขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่ มิ.ย. 2569 กลับมายืนเหนือ $108 อีกครั้ง ปัจจุบันราคาอยู่ เหนือเส้นมูลค่าเหมาะสม $103.00 และห่างจุดสูงสุด 52 สัปดาห์ ($113.67) ไม่ถึง 5%
เหตุผลที่ไม่ใช้วิธี P/E เป็นตัวประเมินหลัก: CCEP ซื้อกิจการด้วยหนี้จำนวนมาก (Coca-Cola Amatil) กำไรสุทธิและ EPS จึงถูกกดด้วยดอกเบี้ยและโครงสร้างทุน การประเมินที่ตรงกับธุรกิจนี้กว่าคือการตีมูลค่าที่ระดับกิจการทั้งก้อน (EV) แล้วหักหนี้สุทธิออก เหลือเป็นมูลค่าของผู้ถือหุ้น กับการคิดจากกระแสเงินสดที่ถึงมือผู้ถือหุ้นจริง (FCFE) ซึ่งเป็นเงินสดหลังจ่ายดอกเบี้ยไปแล้ว
สมมติฐานที่ต้องรู้: ตัวคูณ EV/EBITDA เป้าหมาย 11.8x ตั้งไว้ ต่ำกว่าระดับที่ตลาดให้ปัจจุบัน (~12.5x) เล็กน้อย
แต่ยังสูงกว่าค่าที่ผู้บรรจุขวดมักได้รับในอดีต (~10–11x) เพื่อสะท้อนอัตรากำไรที่ขยายจริงและหนี้ที่ลดลงจริง
ฝั่ง FCFE ใช้ r 8.3% (ต้นทุนส่วนของผู้ถือหุ้นของธุรกิจ defensive ที่มีหนี้ปานกลาง) และ g 2.6% ระยะยาว ซึ่งใกล้เคียงเงินเฟ้อ +
การเติบโตของราคา/มิกซ์ — เหมาะกับธุรกิจที่ปริมาณขายแทบไม่โต วิธี FCFE ให้ค่าสูงกว่าเพราะสะท้อนคุณภาพกระแสเงินสดที่สม่ำเสมอมาก
ส่วนวิธี EV/EBITDA ให้ค่าต่ำกว่าเพราะโดนหนี้สุทธิ €10.2 พันล้านหักออกเต็มจำนวน
FV กลาง $103.00 จึงเป็นจุดสมดุลของ "งบดุลหนัก" กับ "กระแสเงินสดดี"
⚠️ EBITDA เป็นค่าประมาณจากอัตรากำไรจากการดำเนินงานบวกค่าเสื่อมโดยประมาณ (CCEP ไม่ได้เปิดเผยตัวเลข EBITDA ตรง ๆ ในชุดข้อมูลที่ใช้)
— คลาดเคลื่อน ±5% ที่ EBITDA จะขยับ FV วิธีที่ 1 ประมาณ ±$5.9
ราคาปัจจุบัน $108.29 อยู่ เหนือ Fair Value $103.00 และยังอยู่เหนือกรอบบนของการประเมิน ($105.67) ด้วย แปลว่าตลาดกำลังให้มูลค่าที่มองบวกกว่าสมมติฐานในรายงานนี้ทุกวิธี เป้าเฉลี่ยนักวิเคราะห์ 12 เดือนอยู่ที่ $112.52 (จาก 11 สำนัก, คำแนะนำรวม Buy) — สูงกว่าราคาปัจจุบันเพียง ~3.9% ซึ่งเป็น upside ที่บางมากเมื่อเทียบกับความเสี่ยงของหุ้นที่มีหนี้ 2.4 เท่าของ EBITDA โซนที่เริ่มน่าสนใจในเชิงมูลค่าคือต่ำกว่า $103 และเข้าเกณฑ์ส่วนเผื่อความปลอดภัย 20% ที่ $82.40 ซึ่งเป็นระดับที่ราคาไม่เคยลงไปแตะเลยในรอบ 52 สัปดาห์ (จุดต่ำสุด $84.66)
ตัวเลขทั้งหมดคิดจากจุดเข้า $108.29 และ EPS ฐาน (TTM) $5.12 ในสกุล USD
ข้อสังเกตสำคัญ: กรณีฐานให้ผลตอบแทนเพียง ~4.6% ต่อปี ซึ่งต่ำกว่าที่ควรได้จากหุ้นที่มีหนี้ระดับนี้
สาเหตุคือราคาเริ่มต้นอยู่เหนือมูลค่าเหมาะสมแล้ว — ผลตอบแทนส่วนใหญ่ในกรณีฐานมาจากการเติบโตของกำไร ไม่ใช่การ re-rate
ขณะที่กรณี Bear มีความเจ็บมากกว่ากรณี Base ให้กำไร เพราะหุ้นที่มีเลเวอเรจสูงจะถูกลดตัวคูณแรงเมื่ออัตรากำไรพลาดเป้า
เรื่องอัตราแลกเปลี่ยนที่นักลงทุนไทย/สหรัฐฯ ต้องรู้: กำไรของบริษัทเกิดในยูโร/ดอลลาร์ออสเตรเลีย/รูเปียห์
แต่ราคาหุ้นที่ Nasdaq เป็น USD — ค่าเงินยูโรอ่อนลงเทียบดอลลาร์จะกด EPS ในรูป USD ลงโดยที่ธุรกิจไม่ได้แย่ลงเลย และในทางกลับกันเช่นกัน
สมมติฐานข้างต้นถือ EURUSD คงที่ที่ 1.15566
CCEP คือผู้บรรจุขวด Coca-Cola รายใหญ่ที่สุดของโลกโดยรายได้ ครอบคลุมยุโรปตะวันตก ออสเตรเลีย–แปซิฟิก และอินโดนีเซีย ภายใต้สัญญาแฟรนไชส์ผูกขาดในอาณาเขตซึ่งเป็นคูเมืองที่แข็งจริง สองปีที่ผ่านมาบริษัททำได้ดีในสิ่งที่สัญญาไว้: ดันอัตรากำไรจากการดำเนินงานจาก 10.4% เป็น 13.5% หลังผนึก Coca-Cola Amatil และลด D/E จาก 1.64 เหลือ 1.20 เท่า พร้อมกระแสเงินสดอิสระที่นิ่งอย่างน่าทึ่ง €2.1–2.4 พันล้านต่อปี แต่ต้องเข้าใจให้ตรงว่า นี่ไม่ใช่ KO — KO เป็นเจ้าของแบรนด์ ขายหัวเชื้อ ได้มาร์จิ้น ~30% โดยไม่ต้องลงทุนหนัก ส่วน CCEP คือฝั่งที่แบกโรงงาน รถขนส่ง และต้นทุนวัตถุดิบ ได้มาร์จิ้น ~13.5% และยังต้องซื้อหัวเชื้อจาก KO เมื่อประเมินด้วย EV/EBITDA (หักหนี้สุทธิ €10.2 พันล้านออกเต็มจำนวน) ได้ $100.49 และด้วย FCFE ได้ $105.67 เฉลี่ยเป็นมูลค่าเหมาะสม $103.00 — ต่ำกว่าราคาตลาด $108.29 อยู่ ~5% ราคาที่วิ่งขึ้น 19.8% ในรอบปีได้สะท้อนข่าวดีเรื่องมาร์จิ้นและการลดหนี้ไปเรียบร้อยแล้ว