NASDAQ: AZN
Pharmaceuticals
Oncology / Rare Disease
AstraZeneca PLC
มะเร็งวิทยา Tagrisso · Imfinzi · Calquence • หัวใจ-ไต-เมตาบอลิก Farxiga • โรคหายาก Alexion (Ultomiris) • ระบบหายใจและภูมิคุ้มกัน
▲ +3.5% (รอบปี)
ราคา ณ 11 ส.ค. 2569 (11 ส.ค. 2026)
กรอบ 52 สัปดาห์ $141.77 – $212.71
ที่มา: StockAnalysis.com, Yahoo Finance, AstraZeneca Annual Report 2025, DrugPatentWatch.com
👁 0ยอดดู
2026-08-08อัปเดต
1
ข้อมูลสำคัญ (Key Metrics)
งบ FY2025 + TTM (สกุล USD)
Market Cap
~$252.0B
1,561 ล้านหุ้น (diluted)
P/E (TTM)
~24.2x
ฐาน GAAP (reported) — ไม่ใช่ Core EPS
P/E (Forward)
~13.9x
Core EPS คาดการณ์ NTM ~$11.58
รายได้ TTM
$61,366M
+8.6% YoY · FY2025 $58,739M
กำไรสุทธิ FY2025
$10,225M
+45.3% จาก FY2024 $7,035M
EPS (TTM)
~$6.68
GAAP diluted · FY2025 $6.54
Free Cash Flow (TTM)
$10,668M
FY2025 $11,765M · FY2024 $9,937M
ROE
~22.0%
FY2025 22.8% · FY2024 17.6%
อัตรากำไรขั้นต้น
81.9%
Operating margin 22.8% (จาก 8.5% FY2022)
เงินปันผล
~2.0%
$3.23/หุ้น/ปี — สหราชอาณาจักรหักภาษี ณ ที่จ่าย 0%
หนี้สินสุทธิ
~$27.3B
หนี้ $32,239M − เงินสด $4,968M · D/E 0.52
เป้านักวิเคราะห์ 12 ด.
$213.69
n=10 ราย · คำแนะนำรวม Buy
หมายเหตุฐานกำไร (สำคัญมากสำหรับหุ้นยา): AstraZeneca รายงานทั้ง GAAP (reported) และ Core (adjusted) ซึ่งต่างกันมาก
เพราะ Core ตัดค่าตัดจำหน่ายสินทรัพย์ไม่มีตัวตนจากดีล (โดยเฉพาะ Alexion) และค่าใช้จ่ายปรับโครงสร้างออก
รายงานนี้ ใช้ Core EPS เป็นฐานประเมินมูลค่าและ scenario ทั้งหมด (เพื่อให้เทียบกับ peer กลุ่มยาที่ตลาดคิดบน Core/adjusted ได้บนฐานเดียวกัน)
ส่วนตัวเลข P/E (TTM) ~24.2x และ EPS (TTM) ~$6.68 ข้างบน เป็นฐาน GAAP ล้วน แสดงไว้เพื่ออ้างอิงเท่านั้น ห้ามนำไปเทียบกับ P/E เป้าหมายในหัวข้อ 3
· งบการเงินของ AstraZeneca รายงานเป็น สกุล USD อยู่แล้ว และ ADR อัตรา 1:1 ต่อหุ้นสามัญ จึงไม่มีการแปลงสกุล/อัตราส่วนใด ๆ ในรายงานนี้
· เงินปันผล: ผู้จ่ายคือ AstraZeneca PLC ซึ่งจดทะเบียนในสหราชอาณาจักร และสหราชอาณาจักร ไม่หักภาษี ณ ที่จ่ายเงินปันผล (0%)
⇒ yield 2.0% ที่แสดงเป็น gross และเท่ากับ net หลังภาษีต้นทาง (~2.0%) ก่อนภาษีของประเทศผู้ถือหุ้น · ADR ยังมี ค่าธรรมเนียม depositary หักจากปันผลปีละเล็กน้อย (ไม่รวมในโมเดล)
2
ราคาย้อนหลัง ~1 ปี
โดยประมาณ
ราคา AZN
มูลค่าเหมาะสม $158.20
จุดสำคัญ
รอบปีที่ผ่านมาราคาขยับจาก ~$153.44 (ก.ย. 2568) ขึ้นทำจุดสูงสุด ~$208.45 ในเดือน ก.พ. 2569 (+35.9% จากจุดเริ่ม)
ตามกระแสความคาดหวังผลการทดลองระยะท้ายและการขยายอัตรากำไรจากธุรกิจมะเร็งวิทยา
จากนั้น ย่อลงต่อเนื่อง ~22.6% จากจุดสูงสุดมาที่ $161.42 โดยแรงกดดันหลักเป็นระดับอุตสาหกรรมมากกว่าเฉพาะตัว —
ความกังวลเรื่อง patent cliff ที่เริ่มมีผลจริง (ยาสามัญ dapagliflozin ของ Farxiga ได้รับอนุมัติในสหรัฐเมื่อ 6 เม.ย. 2569)
บวกกับความไม่แน่นอนของนโยบายราคายาและมาตรการภาษีนำเข้าเวชภัณฑ์ในสหรัฐ ที่กด multiple ของกลุ่มยาทั้งกลุ่ม
สุทธิทั้งปียังบวก +5.2% แต่โมเมนตัมครึ่งหลังเป็นขาลงชัดเจน
3
การประเมินมูลค่า (Valuation)
เฉลี่ย 2 วิธี — ฐาน Core EPS
1. Forward P/E Valuation (เทียบ peer กลุ่มยา)
Core EPS คาดการณ์ (NTM) $11.58 (Yahoo consensus) × P/E เป้าหมาย ~15.0x — peer ยาขนาดใหญ่ซื้อขายบน forward P/E ฐาน core ราว 9–15x (Pfizer/GSK ปลาย single-digit · Sanofi/Roche/Novartis ~12–14x) AZN ควรได้พรีเมียมบาง ๆ จากท่อยาเนื้อมะเร็งที่ยาวกว่า แต่ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีของตัวเอง (~16–18x) เพราะ patent cliff เริ่มมีผลจริงแล้ว
$173.70
2. DCF กระแสเงินสดอิสระ 9 ปี (ใส่การถดถอยจาก patent cliff)
FCF ฐานปี 2569 ~$11.0B (TTM $10.67B / FY2025 $11.77B) → ปี 2570–2573 โต 10%/ปี (ยาใหม่ + ขยายมาร์จิ้นตามเป้ารายได้ $80B ปี 2573) → ปี 2574–2578 ติดลบ 1%/ปี สะท้อนการหมดคุ้มครอง Tagrisso (25 ก.ค. 2032) และ Calquence (11 ก.ค. 2032) ที่รวมกันเป็นรายได้ระดับ $10B+ → terminal growth 1.5% (ต่ำกว่า GDP โดยตั้งใจ) · WACC 7.0% (beta เชิงรับ ~0.55) · หักหนี้สินสุทธิ $27.3B ÷ 1,561 ล้านหุ้น
$142.70
มูลค่าเหมาะสมเฉลี่ย (Fair Value)
กรอบ $142.70 – $173.70
$158.20
ทำไม 2 วิธีนี้: หุ้นยาขนาดใหญ่ที่จ่ายปันผลสม่ำเสมอแต่มี "หน้าผาสิทธิบัตร" ชัดเจน ต้องประเมินทั้งมุมสัมพัทธ์ (ตลาดให้ multiple เท่าไรกับกำไร core) และมุมสัมบูรณ์ (กระแสเงินสดจริงจะหายไปแค่ไหนเมื่อสิทธิบัตรหมด) — ใช้แค่ P/E อย่างเดียวจะมองข้าม cliff ทั้งก้อน ใช้แค่ DCF ก็ตัดพลังของท่อยาที่ยังไม่รับรู้ในตัวเลขวันนี้ออกไป
· ช่องว่างระหว่างสองวิธีคือประเด็นการลงทุนทั้งหมด: DCF ให้ $142.70 เพราะบังคับให้ FCF หดตัว ช่วงปี 2574–2578 ขณะที่วิธี P/E ให้ $173.70 เพราะสะท้อนเฉพาะกำไร 12 เดือนข้างหน้าซึ่งยังไม่ถูก cliff แตะ
· เทียบกับเป้านักวิเคราะห์เฉลี่ย $213.69 (n=10): เป้านั้นเท่ากับ forward P/E ~18.5x บน Core EPS $11.58 — สูงกว่าเป้าหมาย 15.0x ของรายงานนี้ราว 23% ส่วนต่างเกือบทั้งหมดมาจาก สมมติฐานว่าท่อยาใหม่จะชดเชย cliff ได้เกือบเต็ม ซึ่งรายงานนี้เลือกไม่ให้เครดิตล่วงหน้า
· ความอ่อนไหวของฐาน EPS: Core EPS คาดการณ์เป็นตัวเลขแหล่งเดียว (Yahoo $11.58) — StockAnalysis อ้าง forward P/E 14.82x ซึ่งย้อนกลับได้ EPS ~$10.89 (นิยาม NTM เทียบ FY อาจไม่ตรงกัน) หากใช้ $10.89 ที่ P/E 15.0x เท่ากัน วิธีที่ 1 จะได้ ~$163 และ FV เฉลี่ยเลื่อนลงเหลือ ~$153
4
ราคาปัจจุบัน vs โซนต่างๆ
$110.74
MOS 30%
$126.56
MOS 20%
$158.20
Fair Value
$173.70
กรอบบน FV
$213.69
เป้าเฉลี่ย Analyst
ราคาปัจจุบัน $161.42 เกาะติดมูลค่าเหมาะสม $158.20 แทบพอดี (แพงกว่าเพียง ~2%) และยังอยู่ ต่ำกว่า กรอบบนของ FV ($173.70)
แปลว่าตลาดกำลังคิดราคา AZN ใกล้เคียงกับสมมติฐาน "ท่อยาใหม่ชดเชย cliff ได้บางส่วน" ไม่ใช่ทั้งสองสุดขั้ว
· โซนที่เริ่มมีส่วนเผื่อความปลอดภัยจริงคือ ต่ำกว่า $126.56 (MOS 20%) ซึ่งใกล้กับผลลัพธ์ DCF ที่ให้เครดิตท่อยาน้อยที่สุด — ราคาระดับนั้นในรอบ 52 สัปดาห์ยังไม่เคยแตะ (จุดต่ำสุด $141.77)
5
Margin of Safety (ส่วนเผื่อความปลอดภัย)
−0.3%
ไม่มี Margin of Safety — ราคาอยู่ระดับ "เต็มมูลค่า" (fair value)
ราคา $161.42 สูงกว่ามูลค่าเหมาะสม $158.20 ราว 2% ซึ่งถือว่าอยู่ในโซนกลาง ๆ ไม่ได้แพงเกินจริงและไม่ได้ถูก ผู้ที่ยังไม่มีหุ้นควรรอราคาย่อลงมาต่ำกว่า $126.56 (MOS 20%) หรือรอหลักฐานว่าท่อยาระยะท้ายชดเชย patent cliff ได้จริงก่อนจ่ายพรีเมียม · ผู้ที่ถือแล้วยังไม่มีเหตุผลเชิงมูลค่าให้ต้องขาย
จุดซื้อ MOS 20%
$126.56
โซนน่าสนใจสำหรับ value
จุดซื้อ MOS 30%
$110.74
โซนถูกมาก (deep value)
โซนเริ่มทยอยสะสม
< $158.20
ใกล้/ต่ำกว่ามูลค่าเหมาะสม
6
คาดการณ์ผลตอบแทน 3 ปี
จากจุดเข้า $161.42 • EPS ฐาน ~$11.58 (Core, NTM) • รวมปันผล
BearEPS −2%/ปี
$109.00
−26.5% (~−9.7%/ปี)
- EPS ปี 3~$10.90
- P/E ออก10x
- ปันผลรวม 3 ปี~$9.70
- สถานการณ์Farxiga ถูกกัดกร่อนเร็วกว่าคาด, Imfinzi หมดคุ้มครองราว 2570–2572 โดยไม่มียาใหม่ชดเชย, นโยบายราคายาสหรัฐกด multiple ทั้งกลุ่มเหลือ 10x
BaseEPS +7%/ปี
$198.66
+29.6% (~+9.0%/ปี)
- EPS ปี 3~$14.19
- P/E ออก14x
- ปันผลรวม 3 ปี~$10.50
- สถานการณ์ยาใหม่ทยอยขึ้นทะเบียนตามแผน ชดเชยการเสียสิทธิบัตรได้ราวครึ่งหนึ่ง มาร์จิ้นดำเนินงานไต่ต่อจาก 22.8% ตลาดยังให้ multiple ระดับกลางของกลุ่ม
BullEPS +12%/ปี
$276.59
+78.1% (~+21.2%/ปี)
- EPS ปี 3~$16.27
- P/E ออก17x
- ปันผลรวม 3 ปี~$10.90
- สถานการณ์เดินตามเป้ารายได้ $80B ปี 2573 ได้จริง ยาระยะท้ายหลายตัวเป็น blockbuster ตลาดเลิกคิดส่วนลด patent cliff และ re-rate กลับสู่ค่าเฉลี่ย 5 ปีของตัวเอง
ฐาน EPS ทั้งสามฉากใช้ Core (adjusted) EPS ชุดเดียวกัน คือ ~$11.58 ต่อหุ้น เพื่อให้เทียบกับ P/E ออกในตารางได้ตรงฐาน (ห้ามนำ GAAP EPS $6.68 มาสวมแทน จะได้ราคาเป้าที่ต่ำเกินจริงราว 40%)
· ปันผลรวม 3 ปีคิดจากอัตราปัจจุบัน $3.23/หุ้น โดย Bear สมมติคงที่ Base โต ~4%/ปี Bull โต ~6%/ปี ก่อนภาษีของประเทศผู้ถือหุ้น (ภาษีหัก ณ ที่จ่ายฝั่งสหราชอาณาจักร = 0%)
· ช่วงผลตอบแทนกว้างมาก (−26% ถึง +78%) เป็นภาพสะท้อนตรง ๆ ว่าคำถามเดียวที่ชี้ขาดหุ้นตัวนี้คือ ท่อยาใหม่ชดเชย patent cliff ได้กี่เปอร์เซ็นต์ ไม่ใช่ราคาวันนี้แพงหรือถูก
▲Catalysts — ปัจจัยหนุน
- ท่อยาระยะท้ายลึกผิดปกติ: มีการศึกษาระยะท้ายมากกว่า 90 โครงการพร้อมกัน ตัวที่ตลาดจับตาที่สุดคือ baxdrostat (ความดันโลหิตสูงดื้อยา), camizestrant, Enhertu, Datroway และ Truqap — เป็นแกนของเป้ารายได้ $80B ในปี 2573 (จาก $58.7B FY2025)
- สิทธิบัตรตัวหลักยังยาวถึงต้นทศวรรษ 2030: Tagrisso คุ้มครองในสหรัฐถึง 25 ก.ค. 2032 และ Calquence ถึง 11 ก.ค. 2032 — ให้เวลาราว 6 ปีในการสร้างยาทดแทน
- โรคหายาก (Alexion) เป็นเกราะยาว: Ultomiris มีอายุคุ้มครองยาวกว่ากลุ่มอื่นในพอร์ต (แหล่งข้อมูลรองระบุช่วง ~2035–2038 — ถือเป็นสมมติฐาน ควรทวนกับเอกสารสิทธิบัตรของบริษัทก่อนใช้ตัดสินใจ)
- การขยายอัตรากำไรที่พิสูจน์แล้ว: operating margin ไต่จาก 8.5% (FY2022) → 18.5% (FY2024) → 23.4% (FY2025) พร้อม gross margin 81.9% — เป็นเครื่องยนต์กำไรที่ไม่ต้องพึ่งรายได้โตอย่างเดียว
- กระแสเงินสดและงบดุลรองรับ M&A: FCF ~$10.7B/ปี, หนี้สินสุทธิ ~$27.3B, D/E 0.52 — มีกำลังซื้อสินทรัพย์ปิดช่องว่าง cliff ได้โดยไม่ต้องเพิ่มทุน
- ปันผลสะอาดสำหรับผู้ลงทุนต่างชาติ: ผู้จ่ายจดทะเบียนในสหราชอาณาจักรซึ่งไม่หักภาษี ณ ที่จ่ายเงินปันผล (0%) ต่างจากหุ้นยุโรปภาคพื้นทวีปที่โดนหัก 15–35%
▼Risks — ความเสี่ยง
- Patent cliff เริ่มแล้วจริง ไม่ใช่ความเสี่ยงในอนาคต: ยาสามัญ dapagliflozin (คู่แข่งตรงของ Farxiga) ได้รับอนุมัติในสหรัฐเมื่อ 6 เม.ย. 2569 — Farxiga เป็นยาระดับรายได้หลายพันล้านดอลลาร์ต่อปี การกัดกร่อนหลัง generic เข้ามักเร็วและลึก
- Imfinzi เป็นก้อนถัดไป: แหล่งข้อมูลรองระบุการหมดคุ้มครองราวปี 2570–2572 (ถือเป็นช่วงประมาณการ ไม่ใช่วันที่ยืนยัน) ขณะที่ Imfinzi/Imjudo รวมกันมีรายได้ระดับใกล้ $5B/ปี
- สิทธิบัตร Lynparza เป็นข้อมูลที่แหล่งขัดกันเอง: แหล่งหนึ่งชี้การหมดอายุช่วงปลายทศวรรษ 2020 อีกแหล่งชี้ว่ายืดได้ถึงต้นทศวรรษ 2040 จากสิทธิบัตรรอง — รายงานนี้จึงไม่ระบุปีเดียว และในแบบจำลอง DCF ให้เครดิต Lynparza แบบระมัดระวัง
- นโยบายราคายาและภาษีนำเข้าเวชภัณฑ์ในสหรัฐ: เป็นแรงกดระดับกลุ่มที่กด multiple ทั้งอุตสาหกรรม และกระทบ AZN มากเป็นพิเศษเพราะสัดส่วนรายได้สหรัฐสูง
- กระจุกตัวในมะเร็งวิทยา: รายได้ก้อนใหญ่ที่สุดมาจากพอร์ตเดียว การล้มเหลวของการทดลองระยะท้ายหนึ่ง-สองตัวกระทบภาพรวมได้แรงกว่าบริษัทที่กระจายกว่า
- ช่องว่าง GAAP กับ Core ทำให้ประเมินผิดง่าย: EPS GAAP $6.68 กับ Core ~$11.58 ต่างกันเกือบเท่าตัว — นักลงทุนที่หยิบ P/E 24.2x มาเทียบกับ P/E เป้าหมายฐาน Core จะสรุปผิดทันที และตัวเลข Core เองก็เป็น "กำไรที่บริษัทเลือกนิยาม"
ธุรกิจคุณภาพสูง ราคาเต็มมูลค่า — ยังไม่มีส่วนเผื่อความปลอดภัย
AstraZeneca เป็นหนึ่งในบริษัทยาที่ผลประกอบการเปลี่ยนไปในทางที่ดีที่สุดของทศวรรษนี้ — รายได้โต 8.6% เป็น $61.4B (TTM) กำไรสุทธิ FY2025 พุ่ง 45.3% เป็น $10.2B และ operating margin ไต่จาก 8.5% ในปี 2022 มาที่ 23.4% พร้อม ROE ~22% และ FCF ~$10.7B/ปี บนงบดุลที่ยังมีที่ว่าง (D/E 0.52) แต่คำถามชี้ขาดไม่ได้อยู่ตรงคุณภาพ มันอยู่ที่ หน้าผาสิทธิบัตรที่เริ่มมีผลจริงแล้ว — ยาสามัญของ Farxiga ได้รับอนุมัติในสหรัฐเมื่อ เม.ย. 2569 และ Imfinzi เป็นก้อนถัดไปในช่วงราว 2570–2572 ขณะที่เกราะใหญ่อย่าง Tagrisso และ Calquence คุ้มครองถึงกลางปี 2032 เท่านั้น สองวิธีประเมินมูลค่าจึงให้คำตอบคนละทิศโดยตั้งใจ: forward P/E ที่ 15.0x บน Core EPS $11.58 ให้ $173.70 (มองแค่กำไร 12 เดือนหน้าที่ cliff ยังไม่แตะ) ส่วน DCF ที่บังคับให้ FCF หดตัว 1%/ปี ในช่วงปี 2574–2578 ให้ $142.70 เฉลี่ยได้ Fair Value $158.20 เทียบราคา $161.42 คือ แพงกว่ามูลค่าเหมาะสมราว 2% — ไม่ใช่หุ้นแพง แต่ก็ไม่มีส่วนลดให้ผิดพลาด
มูลค่าเหมาะสม
$158.20 ($142.70–$173.70)
ส่วนต่างจากราคา
MOS ~ −2.0% (เต็มมูลค่า)
เป้านักวิเคราะห์ 12 ด.
~$213.69 (Buy, n=10)
กลยุทธ์: ที่ราคานี้เป็นโซน "ถือได้ ไม่รีบซื้อ" — ผู้ที่ถือแล้วไม่มีเหตุผลเชิงมูลค่าให้ต้องขาย และได้ปันผล ~2.0% ที่ไม่ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายฝั่งสหราชอาณาจักร ส่วนผู้ที่ยังไม่มีหุ้น ควรทยอยสะสมต่ำกว่า $158.20 และรอโซน MOS 20% ที่ $126.56 เป็นจุดเข้าเชิงมูลค่าจริง · ตัวชี้วัดที่ควรติดตามแทนราคาคือ (1) ความเร็วการกัดกร่อนรายได้ Farxiga หลัง generic (2) ผลการทดลองระยะท้ายของ baxdrostat/camizestrant (3) การยืนยันวันหมดคุ้มครองของ Imfinzi และ Lynparza จากรายงานสิทธิบัตรประจำปีของบริษัท — ทั้งสามข้อคือสิ่งที่ทำให้ FV เลื่อนจาก $142.70 ไป $173.70 หรือกลับกัน
คำเตือน: รายงานนี้จัดทำเพื่อการศึกษาและเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์
ตัวเลข valuation อิงสมมติฐานที่อาจคลาดเคลื่อน โดยเฉพาะ P/E เป้าหมาย, อัตราเติบโต (g), ผลตอบแทนที่ต้องการ (r) และ ROE ในอนาคต
ราคาหุ้นมีความผันผวนสูง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและพิจารณาความเสี่ยงของตนเองก่อนตัดสินใจ • ราคา ณ 11 ส.ค. 2569 $161.42 จาก StockAnalysis.com (cross-check กับ Yahoo Finance ตรงกัน ต่าง 0.00%) • EPS (TTM) $6.68 ยืนยันตรงกันทั้งสองแหล่ง (ต่าง 0.0%) • ข้อมูลงบการเงิน 5 ปีและประมาณการจาก StockAnalysis.com • เป้านักวิเคราะห์ $213.69 (n=10) จาก Yahoo Finance และ StockAnalysis.com • วันหมดสิทธิบัตร Tagrisso (25 ก.ค. 2032), Calquence (11 ก.ค. 2032) และการอนุมัติยาสามัญ dapagliflozin (6 เม.ย. 2569) อ้างอิง DrugPatentWatch.com และ Pharsight/GreyB • สถานะภาษีหัก ณ ที่จ่ายเงินปันผลของสหราชอาณาจักร (0%) อ้างอิงแบบ 20-F ของ AstraZeneca PLC ที่ยื่นต่อ SEC • วันหมดคุ้มครองของ Imfinzi (ราว 2570–2572), Lynparza และ Ultomiris (~2035–2038) มาจากแหล่งข้อมูลรองที่ขัดกันเอง — ถือเป็นสมมติฐาน ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว • ADR อัตรา 1:1 ต่อหุ้นสามัญ และงบการเงินรายงานเป็นสกุล USD จึงไม่มีการแปลงอัตราแลกเปลี่ยนในรายงานนี้