เริ่มต้นรอบปีที่ $48.53 (ก.ย. 2568) ไต่ขึ้นต่อเนื่องช่วงปลายปี 2568 จนทำจุดสูงสุดของรอบที่ $64.99 ในเดือน ก.พ. 2569 หลังผลประกอบการไตรมาส 4/2568 และกระแสเงินสดแข็งแรง จากนั้นราคาปรับฐานลงต่อเนื่องตลอดครึ่งแรกปี 2569 จากไตรมาส 1/2569 ที่ขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น (ปัจจัยฤดูกาลปกติของธุรกิจวัสดุก่อสร้าง) และแรงกดดันต้นทุนพลังงาน/ขนส่ง ก่อนร่วงแรงอีกครั้งหลังผลไตรมาส 2/2569 (6 ส.ค. 2569) ที่ปรับลดเป้า Adjusted EBITDA ปี 2569 ลงเหลือ $3.1–3.2B จากเดิม $3.25–3.34B ปิดที่ $46.64 ใกล้จุดต่ำสุดรอบ 52 สัปดาห์ ลดลง 3.9% เทียบปีก่อน แต่ลดลงเกือบ 28% จากจุดสูงสุดเดือน ก.พ. 2569
หมายเหตุความโปร่งใส (full-disclosure):
(1) EPS — EPS(TTM) จากผู้ให้ข้อมูลขัดกัน 6.3% (Yahoo $2.09 vs StockAnalysis $2.23) และ EPS(TTM) ที่คำนวณตรงจากกำไรสุทธิ TTM ($17M) ÷ 554M หุ้น ให้เพียง $0.03 เพราะหน้าต่าง TTM คาบเกี่ยวไตรมาสขาดทุนตามฤดูกาล Q1/2569 (−$118M) กับกำไรก้อนโตของ Q2/2569 (+$476M) — เป็น artifact ของหน้าต่างสี่ไตรมาสในช่วงเปลี่ยนผ่าน carve-out→standalone ที่ยังใหม่ (แยกตัวจาก Holcim 23 มิ.ย. 2568) ไม่ใช่สัญญาณธุรกิจพัง จึง reconcile ที่ระดับงบ: EPS(diluted) FY2568 จริงตามรายงาน 10-K = $2.14 ตรงกับทั้งสองแหล่งในกรอบความคลาดเคลื่อนปกติ → ใช้ $2.14 เป็นฐาน normalized EPS ทุกวิธี (เหตุผลเดียวกันใช้กับ ROE ที่ TTM 0.1% เพี้ยน จึงใช้ ROE FY2568 10.2% แทน)
(2) Pro-forma standalone vs carve-out margin — Adjusted EBITDA margin FY2567 (ฐาน carve-out เต็มปีก่อนแยกตัว) = 27.2% ($3.2B/$11.7B) เทียบกับ FY2568 จริง (ครึ่งปีแรกยังเป็น carve-out + ครึ่งปีหลัง standalone เต็มรูปแบบ) = 25.4% ($3.0B/$11.815B) ต่างกัน 1.8 จุด% หรือ ~6.8% เชิงสัมพัทธ์ — ต่ำกว่าเกณฑ์ 10% ที่จะบังคับเปลี่ยนไปใช้มาร์จิ้นกลุ่มเทียบทั้งหมด บริษัทเปิดเผยเองว่าไตรมาส 2/2568 มีต้นทุนสำนักงานใหญ่แบบบริษัทมหาชนเดี่ยว (standalone corporate cost) เพิ่มขึ้น ~$42M ที่ไม่อยู่ในฐาน EBITDA ไตรมาสเดียวกันปี 2567 (≈$168M/ปี หรือ ~5.3% ของ EBITDA carve-out FY2567) ซึ่งอธิบายส่วนต่างส่วนใหญ่ได้ → ยังใช้มาร์จิ้น/แนวโน้มรายได้ของบริษัทเองเป็นฐานได้ตามเกณฑ์ แต่เลือก anchor ที่ตัวเลข FY2568 จริง (25.4%) และ guidance ปี 2569 ($3.1–3.2B EBITDA บนรายได้ $12.5–12.7B ≈ 24.8–25.4%) แทนมาร์จิ้นยุค carve-out ที่สูงกว่า (27.2%) เพื่อความระมัดระวัง
(3) การ anchor หุ้นวัฏจักร (กฎ 0.4b) — ทั้ง 2 ขาของ FV ใช้มัลติเปิลเป้าหมายที่ discount ~15–17% จากมัลติเปิลของ AMRZ เองที่ปิดปี 2568 (ราคา $54.08 ซึ่งใกล้เคียงราคาเฉลี่ย 12 เดือนที่ ~$53.05 มากกว่าราคาปัจจุบัน $46.64 — anchor ที่หน้าต่างเฉลี่ยไม่ใช่ spot) เพื่อสะท้อนความเสี่ยง margin ที่เพิ่งถูกยืนยันจากการตัดเป้า EBITDA ปี 2569 (6 ส.ค. 2569) มัลติเปิลเป้าหมายยังอยู่ในกรอบกลุ่มเทียบวัสดุก่อสร้างอเมริกาเหนือ: CRH (ธุรกิจกระจายตัวใกล้เคียง AMRZ ที่สุด — ซีเมนต์+มวลรวม+RMC+ผลิตภัณฑ์) P/E 17.7x / EV-EBITDA 10.7x เป็นขอบล่าง — MLM/VMC (มวลรวมล้วน มาร์จิ้นสูงกว่า) P/E 33.5–35.6x / EV-EBITDA 17.6–19.0x เป็นขอบบน ใช้ EV/Sales เป็น cross-check เพิ่มเติมที่ discount เดียวกัน (2.15x บนรายได้ TTM $12,186M) ให้ FV ≈ $36.6 ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 2 ขาหลักพอสมควร (dispersion 1.22× ยังไม่เกิน 2.0× ตามเกณฑ์ 0.4c) สะท้อนว่ากลุ่ม Solutions & Products/Building Envelope ที่มาร์จิ้นต่ำกว่าเฉลี่ยกำลังฉุด multiple เชิงรายได้มากกว่ากำไร — เก็บไว้เป็นสัญญาณเตือนความเสี่ยงขาลง ไม่รวมเข้าค่าเฉลี่ย FV หลักเพื่อไม่ให้ตระกูล "มัลติเปิลของตัวเองลดราคา" ถูกนับซ้ำ 3 เสียงจาก 1 สมมติฐานเดียว (0.4c-bis)
(4) P/B × BVPS ไม่ใช้เป็นขา FV เพราะ BVPS เป็นค่างบดุลที่ไม่ตอบสนองต่อราคาปูน/ปริมาณก่อสร้าง (กฎ 0.4b) — แสดงเป็นบริบทในการ์ด metric เท่านั้น
ราคาปัจจุบัน $46.64 อยู่เหนือมูลค่าเหมาะสมที่ประเมินแบบระมัดระวัง $44.77 เล็กน้อย (~4%) และเหนือโซน MOS 20% ($35.82) / MOS 30% ($31.34) อยู่มาก แต่ยังต่ำกว่าเป้าหมายเฉลี่ยนักวิเคราะห์ $62.00 (n=19, Buy) ราว 33% — ช่องว่างนี้สะท้อนว่าฝั่ง sell-side ส่วนใหญ่ยังไม่ปรับประมาณการลงตามการตัดเป้า EBITDA ปี 2569 ที่เพิ่งประกาศ 6 ส.ค. 2569
สมมติฐาน EPS growth/ปี ผูกกับตัวแปรจริงของอุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้างอเมริกาเหนือ (ปริมาณ/ราคาปูนต่อตัน, ต้นทุนพลังงาน-ขนส่ง (freight/diesel), จังหวะ price-over-cost, งบโครงสร้างพื้นฐาน IIJA) ไม่ใช่การปรับตัวเลข growth ลอย ๆ (กฎ 0.4b) — P/E ออกแต่ละฉากอยู่ในกรอบกลุ่มเทียบ CRH 17.7x–MLM/VMC 33.5–35.6x
Amrize เป็นผู้นำวัสดุก่อสร้างอเมริกาเหนือที่เพิ่งแยกตัวจาก Holcim (23 มิ.ย. 2568) ด้วยพอร์ตปูนซีเมนต์-มวลรวม-คอนกรีตผสมเสร็จที่แข็งแรง (Segment EBITDA +41.7% YoY ไตรมาส 1/2569) ผสมกับธุรกิจ Solutions & Products/Roofing ที่ผันผวนกว่า ราคาหุ้นร่วงเกือบ 28% จากจุดสูงสุด ก.พ. 2569 หลังตัดเป้า Adjusted EBITDA ปี 2569 จากต้นทุนพลังงาน-ขนส่งที่สูงขึ้น (6 ส.ค. 2569) เมื่อประเมินด้วยมัลติเปิลที่ discount จากระดับ AMRZ เองก่อนตัดเป้า (สะท้อนความเสี่ยง margin) และเทียบกรอบกลุ่ม CRH–MLM/VMC ราคาปัจจุบันแพงกว่ามูลค่าเหมาะสมที่ประเมินไว้เล็กน้อย (~4%) — ยังไม่ใช่จังหวะเข้าซื้อใหม่ แต่ก็ไม่ได้แพงเกินเหตุเมื่อเทียบกับโมเมนตัมแกนธุรกิจหลักที่ยังแข็งแรง